วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2558

"นะค่ะ" ไม่มีในโลก! มีแต่ "นะคะ"

เดี๋ยวนี้เราเห็นคนพิมพ์ "คะ" กับ "ค่ะ" ผิดบ่อยมาก  เราเลยจะมาสอนการใช้คะค่ะในบทความนี้  เริ่มกันเลยคร้าบ~

คนใช้ผิดหลัก ๆ จะมีอยู่สามประเภท
๑.พวกคะตลอด  เป็นคนกลุ่มหนึ่งที่ใช้ "คะ" ตลอดเวลา  ไม่ว่าจะเป็น  สวัสดีคะ, จริงคะ, ไปคะ
๒.พวกค่ะตลอด  เป็นคนกลุ่มหนึ่งที่ใช้ "ค่ะ" ตลอดเวลา  ไม่ว่าจะเป็น  ทำไมค่ะ, กลับก่อนนะค่ะ, จริงหรอค่ะ
๓.พวกสลับหมดเลย  ใช้คะค่ะสลับกันหมดเลย เช่น สวัสดีคะ ไปไหนมาค่ะ สบายดีไหมค่ะ สบายดีคะ

หลักการใช้ (ลองอ่านออกเสียงดูนะครับ)
• การใช้ "คะ" (ลองพูดคำว่า โยคะ)
เช่น ไปไหนมาคะ, ทำไมคะ, จริงหรอคะ
• การใช้ "ค่ะ"
เช่น จริงค่ะ, สวัสดีค่ะ, สบายดีค่ะ

ง่าย ๆ เท่านี้เองครับ(^-^)
หวังว่าเพื่อน ๆ ทุกคนจะใช้ถูกนะครับ

วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ลูกประคำดิจิทัล - พุทธนวัตกรรมใหม่

สวัสดีเดือนธันวาคมคร้าบ  วันนี้โชกุนน้อยมีเรื่องดี ๆ มาเล่าสู่กันฟัง

ขอเกริ่นนำสักเล็กน้อยว่าเรามีเพื่อนคนหนึ่งชื่อว่าน้ำมนต์  สัปดาห์ที่ผ่านมา เราเห็นน้ำมนต์กดอะไรบางอย่าง  เราจึงถามว่านั่นคืออะไร  น้ำมนต์ก็อธิบายให้เราฟัง...  เราบอกว่าอยากได้บ้าง  ไม่กี่วันต่อมาน้ำมนต์ก็เอามาให้ (ขอขอบพระคุณน้ำมนต์และคุณแม่ ณ ที่นี้อีกครั้ง)

สิ่งนั้นก็คือ... ลูกประคำดิจิทัล

ลูกประคำดิจิทัลเป็นพุทธนวัตกรรมใหม่ซึ่งมีประโยชน์และใช้ง่ายมาก ๆ เลย  มีวิธีการใช้คล้ายกับลูกประคำนั่นแหละ  คือเวลาเราภาวนาในใจ  ไม่ว่าจะเป็น "พุทโธ" "สัมมาอะระหัง" หรืออะไรก็แล้วแต่  ก็สามารถกดที่ปุ่มใหญ่ ๆ เพื่อนับได้  เราก็จะรู้ว่าวันหนึ่ง ๆ เราภาวนาหรือตามลมหายใจไปกี่ครั้ง

ตอนนี้เราเองก็พยายามภาวนาตามลมหายใจตลอดวัน  อาจจะหลุดบ้างอะไรบ้าง  แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำเนอะ  พอเราจดจ่ออยู่กับลมหายใจหรือคำภาวนา  เราก็จะไม่ไปคิดอะไรที่ไม่ดี  ความโกรธเกลียดอิจฉาริษยาก็จะเบาบางลง  จิตใจสงบขึ้นจริง ๆ นะ

ท้ายที่สุดนี้ก็ขอให้เพื่อน ๆ หรือพี่ ๆ ทุกคนที่อ่านบล็อกนี้อยู่ดำรงชีวิตด้วยสติ  ตามรอยคำสอนของพระพุทธเจ้า  มีเรื่องทุกข์ใจหรือเครียดอะไรก็อย่าไปจมอยู่กันมันมาก  ปล่อยวางได้ก็ปล่อย  และก็ขอบคุณที่อ่านบล็อกเราด้วย๕๕๕

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เคยคิดบ้างไหม...ทำไมไม่มีความสุข

เคยคิดบ้างไหม...ทำไมไม่มีความสุข

ชีวิตคนเราไม่ใช่แค่ ๑ วัน ๑ เดือน หรือ ๑ ปี  เราจึงมีทั้งความสุข ความทุกข์ หลากหลายปะปนกันไป  ไม่มีใครมีความสุขทั้งชีวิตหรือมีความทุกข์ทั้งชีวิต  หลายคนสงสัยว่าทำไมเราถึงมีแต่ความทุกข์นะ?  โดยลืมนึกถึงความสุขที่ตัวเองเคยได้รับในอดีต

คุณเคยดูละครไหมครับ  เวลานางเอกถูกด่าถูกว่า  คุณอาจจะรู้สึกสงสารหรือเศร้าไปพร้อม ๆ กับนางเอก  แต่คุณก็ไม่เคยเอากลับไปคิดให้เครียดจนปวดหัว  ผิดกับเรื่องของคุณเอง  ที่เอากลับไปคิดทั้งคืน  ทำไมเขาถึงว่าเรานะ?  ทำไมถึงทำกับเราแบบนี้?

เพราะอะไรถึงต่างกัน...
เพราะนางเอกในละครไม่ใช่คุณ
คุณจึงไม่ทุกข์
เพราะคุณเป็นคุณ
คุณจึงทุกข์ไงล่ะ

สาเหตุที่หลายต่อหลายคนไม่มีความสุขก็เพราะว่าพวกเขายึดติดกับตัวเขามากเกินไป  ยึดติดว่าฉันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้  เมื่อยึดติดว่าตนเป็นของตนก็ย่อมมีความทุกข์เป็นธรรมดา  หากไม่ยึดติดแล้ว  เวลาใครว่าหรือด่าเรา  มันก็เหมือนลมพัดผ่านไป  ไม่มีอะไรเกิดขึ้น  เพียงเท่านี้เพื่อน ๆ ก็จะพบความสงบในใจ  และความสงบนี่แหละที่มีความสุขมากกว่าความสุขอื่นใด  เหมือนดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า
บทความโดย โชกุนน้อย

วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ชีวิตทั้งหมดให้อยู่ด้วยอานาปานัสสติ

(โดยท่านพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก)
เจ้าของลิขสิทธิ์ : มูลนิธิมายา โคตมี

ตราบที่ยังมีลมหายใจอยู่  จงอยู่ด้วยอานาปานัสสติอย่างพระพุทธเจ้า
จะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอน จะกิน ดื่ม ขับถ่าย ทำครัว ทำความสะอาดบ้าน ขับรถ ทำงานทุกชนิด ให้อยู่กับอานาปานัสสติ  เดินเล่น พักผ่อน ก็ทำอานาปานัสสติได้ พูดได้ว่า ชีวิตนี้ทั้งหมดให้อยู่ด้วยอานาปานัสสติ

เจริญอานาปานัสสติ เพื่อเป็นการรักษาใจให้เป็นปกติ ให้ใจเป็นศีล
โดยเพียงแต่กำหนดรู้ลมหายใจเข้าลมหายใจออกติดต่อกันอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ไม่ลืม ไม่เผลอ แม้แต่ขณะที่เห็นรูป ได้ยินเสียง ได้ดมกลิ่น ได้รู้รส ได้สัมผัส

การกำหนดรู้ต้องอาศัยจิตใจที่สงบ จึงจะสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง
ก่อนที่จะฝึกอานาปานัสสติ  ต้องพยายามปล่อยวางความคิดต่าง ๆ  พยายามทำใจให้นิ่ง  ให้สงบเสียก่อน  แม้จะเป็นความสงบเพียงชั่วคราวก็ตาม

อานาปานัสสติ  ทำได้ในอิริยาบถทั้ง ๔ คือ ยืน เดิน นั่ง นอน
ให้มีสติระลึกรู้ทุกครั้งที่ลมหายใจเข้าลมหายใจออกติดต่อกัน  โดยเฉพาะช่วงที่ปรารภความเพียรทำได้ ๒๔ ชั่วโมง  ในวันหนึ่งทีเดียว หรือเว้นเฉพาะขณะหลับเท่านั้น

อานาปานัสสติ สามารถเจริญเป็น สมถกรรมฐานให้สมบูรณ์ได้
อานาปานัสสติ สามารถเจริญเป็น วิปัสสนากรรมฐาน ให้สติปัฏฐาน ๔ สมบูรณ์ได้

ในอิริยาบถบางอย่างไม่สะดวกที่จะเจริญอานาปานัสสติ หรือกำหนดรู้ลมหายใจ เช่น ขณะที่กำลังขับรถบนถนน บนทางด่วน เราไม่ต้องกังวล คือไม่ต้องระลึกถึงลมหายใจ แต่ให้อยู่ในหลักอานาปานัสสติให้ครบถ้วน คือ

ทำหน้าที่ในปัจจุบันให้ดีที่สุด
 ปัจจุบัน  เป็นสำคัญ
 อดีต  ไม่สำคัญ ไม่ต้องคิดถึง
 อนาคต  ไม่สำคัญ ไม่ต้องคิดถึง
เรื่องคนอื่น ไม่สำคัญเท่าไร โดยเฉพาะความชั่วของคนอื่นอย่าแบก ตัวเราเองทำดี ทำถูก นั่นแหละ สำคัญที่สุด

เผยแพร่เพื่อเป็นธรรมทาน โดยโชกุนน้อย
ขออนุโมทนากับผู้อ่านทุก ๆ ท่านด้วยครับ

วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2558

【รีวิว】ภาษาไทยไนน์ตี้ส์



"ภาษาไทยไนน์ตี้ส์" โดย นิตยา กาญจนะวรรณ  เป็นหนังสือรวมข้อเขียนจากคอลัมน์ภาษาสมัยในนิตยสารสตรีสาร  ต่อจากที่ได้รวบรวมไว้ในภาษาไทยไอที (มกราคม ๒๕๓๗) จนถึงสตรีสารฉบับสุดท้าย (มีนาคม ๒๕๓๙)

หนังสือเล่มนี้นำเสนอประเด็นเกี่ยวกับภาษาไทยที่น่าสนใจมากมาย  พร้อมข้อคิดในการใช้ภาษาอย่างถูกวิธีและถูกกาลเทศะ อาทิ การที่วงการโฆษณานิยมใช้ภาษาอังกฤษปนภาษาไทยในการโฆษณานั้น  ผู้เขียนได้ให้ความเห็นว่า "อย่าได้วิตกกับการใช้ภาษาอังกฤษปนภาษาไทยอย่างสร้างสรรค์เช่นนี้เลย  หันไปเอาใจใส่คนที่ใช้ภาษาไทยผิด ๆ อย่าง เฉลิมพระเกียรติสุนทรภู่ กันดีกว่า"

อีกตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจในหนังสือเล่มนี้คือการอธิบายเรื่อง "ทำไมสระจึงลดรูป"  สาเหตุที่สระอะเปลี่ยนเป็นไม้หันอากาศนั้น  ผู้รู้บางท่านได้ให้คำอธิบายไว้ว่า  ไม้หันอากาศก็คือวิสรรชนีย์นั่นเอง  เมื่อมีตัวสะกดจะเขียนไว้ข้างหลังพยัญชนะก็อ่านออกเสียงไม่ตรงกับที่ต้องการ  จึงเอาวิสรรชนีย์ไปเขียนไว้ข้างบนเพื่อให้เห็นว่าเป็นสระอะที่มีตัวสะกด  แต่ลดออกเสียอันหนึ่งคงเหลือไว้แต่อันเดียว  เพื่อสะดวกแก่การเขียนรูปวรรณยุกต์ไว้ข้างบน เช่น กัน กั่น กั้น กั๊น กั๋น  ถ้าเขียนวิสรรนีย์ไว้ทั้งสองอันจะเกะกะรุงรังมาก...

เรารู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่สนุกและให้ความรู้เกี่ยวกับวิชาภาษาไทยมากมาย  ถึงแม้จะเป็นหนังสือที่ค่อนข้างเก่า (ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒)  แต่ความรู้ในหนังสือเล่มนี้ไม่เก่าเลย  เราอยากให้เพื่อน ๆ ที่รักภาษาไทยลองอ่านหนังสือเล่มนี้ดู  แล้วเพื่อน ๆ จะรู้สึกว่า "ภาษาไทยไม่น่าเบื่อ"

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2558

【นิทานธรรมะ】ความสุขอยู่ที่ไหน

คุณเคยสงสัยบ้างไหมว่า... ความสุข... อยู่ที่ไหน?

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว  มีมารน้อยอยู่ ๓ ตัว มันได้ขโมยความสุขมากจากพวกมนุษย์  พวกมันกำลังปรึกษากันอยู่ว่าจะซ่อนความสุขไว้ที่ไหนดี

"เราจะเอาความสุขไปซ่อนไว้ที่ยอดเขาที่สูงที่สุด" มารตัวที่หนึ่งพูดด้วยความมั่นใจ "มนุษย์ปีนไม่ถึงแน่นอน"

"ไม่! มนุษย์ฉลาดจะตาย  สักวันพวกเขาต้องปีนถึง!" มารตัวที่สองแย้ง  "เราจะซ่อนความสุขไว้ใต้ทะเลลึก  ไม่มีมนุษย์หน้าไหนหายใจในน้ำได้!"

"มนุษย์น่ะเก่งจะตาย  สักวันพวกเขาต้องประดิษฐ์เรือดำน้ำที่สามารถดำลงไปลึกขนาดนั้นได้" มารตัวที่สามพูด  "ฉันว่าที่ ๆ ดีที่สุดที่จะซ่อนความสุขไว้ ก็คือในใจมนุษย์นั่นแหละ"

ตั้งแต่วันนั้น มนุษย์ก็พยายามแต่ค้นหาความสุขรอบตัว  โดยหารู้ไม่ว่าความสุขที่แท้จริงอยู่ในใจเราเอง

เผยแพร่เพื่อเป็นธรรมทาน โดยโชกุนน้อย
ขออนุโมทนากับผู้อ่านทุก ๆ ท่านด้วยครับ

ไปที่ Instagram คลิก! / Facebook Fan Page คลิก!

วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2558

『สุขสันต์วัน Back to the Future』

《วันนี้วันพุธที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๐๑๕》

เป็นวันที่ Marty McFly ตัวละครจากภาพยนตร์เรื่อง Back to the Future เดินทางข้ามกาลเวลามายังโลกอนาคต  และวันที่มาร์ตี้เดินทางมานั้นก็คือ... วันนี้!!!!!
^ภาพไทม์แมชชีนขณะที่มาร์ตี้จะกลับจากอนาคต(วันนี้)ครับ

เราเพิ่งมาเริ่มดูภาพยนตร์เรื่อง Back to the Future ในเดือนพฤษภาคมปีนี้เอง  ที่ดูเพราะเห็นว่าในพันทิปมีคนรีวิวว่าสนุก  ปรากฏว่าสนุกจริง ๆ ด้วย  ทีนี้เลยติดหนึบเลย  ดูสามภาคจบก็รู้สึกโหวง ๆ แปลก ๆ เหมือนจะไม่มีอะไรให้ดูแล้ว  ก็ได้เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่วันนี้จะมาถึง  ในที่สุด!  วันนี้ก็มาถึงครับ!!!(=゚ω゚)ノ

ใน Back to the Future ภาค 2  มาร์ตี้ต้องออกเดินทางไปช่วงลูกของตัวเองในอนาคต  ซึ่งวันที่มาร์ตี้มาถึงก็คือวันนี้  สิ่งที่น่าตื่นเต้นก็คือจินตนาการของผู้กำกับหนังเกี่ยวกับโลกอนาคต (ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายปี ๑๙๘๙)  ซึ่งในหนังมีฉากโลกอนาคตที่น่าตื่นตาตื่นใจมากกกก  ไม่ว่าจะเป็นรถบินได้, สเกตบอร์ดลอยได้, รองเท้าที่สามารถผูกเชือกรองเท้าได้อัตโนมัติ  ซึ่งปัจจุบันเป็นยังไงก็รู้ ๆ กันอยู่๕๕๕๕

การดูหนังเรื่องนี้เหมือนการดูไทม์แคปซูลจากเมื่อ ๓๐ ปีที่แล้วอะครับ  ว่าคนสมัยก่อนเค้าคิดจินตนาการเกี่ยวกับอนาคตอย่างไร  มันก็เหมือนกับพวกเราที่คิดว่าอีกหน่อยจะต้องมีนู่นมีนี่  ซึ่งมันอาจจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ได้  เราว่าการจินตนาการเกี่ยวกับอนาคตนั้นมีประโยชน์มากนะ  เพราะมันทำให้มนุษย์รู้จักพัฒนาตนเอง  หากบรรพบุรุษของเราไม่พยายามประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่าง ๆ  เราก็คงไม่มีชีวิตที่สุขสบายขนาดนี้หรอกครับ

สำหรับใครที่ไม่เคยดูภาพยนตร์เรื่อง "Back to the Future เจาะเวลาหาอดีต"  เราแนะนำให้ดูนะ  เป็นหนังที่สนุกและก็ดีมาก ๆ เลย  ถึงแม้จะเป็นหนังเก่า(มาก)  แต่ความสนุกและเนื้อหาไม่เก่าเลยครับ( ´ ▽ ` )ノ

ป.ล. ถ้าวันนี้เจอใครใส่หมวกแก็ปทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ  นั่นแหละครับมาร์ตี้!!

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2558

【รีวิว】ชีวิตดีขึ้นทุก ๆ ด้านด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว


สวัสดีคร้าบบบบ  วันนี้เราจะมารีวิวหนังสือเรื่อง "ชีวิตดีขึ้นทุก ๆ ด้านด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว"  แว๊บแรกที่เห็นหนังสือก็รู้สึกว่า ว้าว! ชีวิตเราจะดีขึ้น! บ้านเราจะสะอาดขึ้น! บลา ๆ ๆ

ผู้แต่งหนังสือเล่มนี้ชื่อคนโด มาริเอะครับ  ซึ่งอุทิศเวลาในชีวิตกว่า ๘๐% ไปกับการจัดบ้าน  คุณคนโดอ่านหนังสือและนิตยสารเกี่ยวกับการจัดบ้านตั้งแต่อายุ ๕ ขวบ  ซึ่งเราเชื่อว่าเพื่อน ๆ ทุกคนก็คงมีปัญหาเรื่องบ้านรกบ้างใช่มั้ยล่า  เราก็มี  บางทีบ้านเราก็เกิดปรากฏการณ์โยโย่เอฟเฟกต์๕๕๕  หลายคนคงงงว่าโยโย่เอฟเฟกต์นี่มันเกี่ยวกับการลดน้ำหนักไม่ใช่เหรอ  คุณคนโดบอกว่าโยโย่เอฟเฟกต์นั้นก็สามารถเกิดขึ้นในบ้านเราได้เหมือนกัน  อย่างเช่นตอนเราจัดโต๊ะเสร็จใหม่ ๆ  โต๊ะเราจะเรียบร้อยมากเลย  แต่พอผ่านไปสักพัก  โต๊ะเราก็จะรกเหมือนเดิม!  มันเหมือนลูกโยโย่ที่เด้งกลับมามากกว่าเดิม( T_T)

คุณคนโดสอนว่าเราควรเริ่มจัดเสื้อผ้าในบ้านก่อน  เพราะเป็นสิ่งที่จัดง่าย (และตัดใจทิ้งง่าย)  สิ่งของที่มีค่าต่อความทรงจำ เช่น รูปถ่าย, ของที่ระลึก  ควรจัดเป็นอย่างสุดท้าย  การจัดเสื้อผ้านั้นควรนำเสื้อผ้าทั้งหมดมากองไว้ในที่เดียวกัน  ย้ำ! ว่าต้องนำเสื้อผ้าทุกชิ้นมากองรวมกัน  จากนั้นก็นำเสื้อแต่ละตัวมาถือและลองถามใจตัวเองดูว่า "มันปลุกเร้าความสุขในตัวคุณได้ไหม"  ถ้ามันปลุกเร้าความสุขในตัวคุณได้ก็ให้เก็บมันไว้  แต่หากปลุกเร้าความสุขในตัวคุณไม่ได้  ก็โยนทิ้งมันไปซะ  แต่อย่าลืมกล่าวขอบคุณที่มันเคยดูแลคุณมาตลอดนะครับ

๒๕ ต.ค. ๕๘
ขณะนี้เราได้ดำเนินการจัดบ้านแบบคมมาริไปแล้วบางส่วน  คือเราไม่ว่างจัดทั้งวันแบบที่ในหนังสือแนะนำ  เราเลยเริ่มจัดจากห้องรับแขกก่อน  ผลปรากฏว่าใช้เวลาจัดตั้ง ๓ ชั่วโมง (นี่คือยังไม่เสร็จดีด้วยนะ)  เหนื่อยมากกกกกกก๕๕๕  แต่ห้องก็โล่งไปเยอะเลย  เพราะโละหนังสือออกมาเยอะมาก

ไปที่ Instagram คลิก! / Facebook Fanpage คลิก!



วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2558

【รีวิว】แค่วันละ ๑ นาที เปลี่ยนสายตาแย่ให้กลับเป็นเยี่ยม

แค่วันละ ๑ นาที เปลี่ยนสายตาแย่ให้กลับเป็นเยี่ยม!!!!!


วินาทีที่เราเจอหนังสือเล่มนี้ที่ร้านหนังสือ...  ความรู้เราในตอนนั้นคือ...
"นี่แหละ! หนังสอที่เราต้องการ"

เพราะเราเป็นคนสายตาสั้นมาก ๆ  แถมตาทั้ง ๒ ข้างต่างกันเยอะมากกกกกก
ตาซ้ายเห็นชัดหน่อย  สั้นประมาณ ๑๕๐  ส่วนตาขวานี่น่าจะเกิน ๓๐๐ แล้วมั้ง ToT
เวลาเรียนหนังสือเลยต้องนั่งหน้า  มองก็ไม่ค่อยเห็น

แต่เหมือนฟ้าส่งหนังสือเล่มนี้มา  มันจั่วหัวว่า "แค่วันละ ๑ นาที เปลี่ยนสายตาแย่ให้กลับเป็นเยี่ยม"  เราลองพลิกไปพลิกมาแป๊บนึงก็ตัดสินใจซื้อเลย  (จริงไม่จริงไม่รู้  ซื้อไว้ก่อนแล้วกัน ๕๕๕+)

หนังสือเล่มนี้แต่งโดยชาวญี่ปุ่นนามว่า "คนโนะ"  เขามักจะเรียกวิธีรักษาดวงตาของเขาว่า "วิธีรักษาดวงตาแบบคนโนะ"  ซึ่งประกอบไปด้วยการนวดรอบบริเวณดวงตา (ซึ่งเขาบอกว่าจะช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น  นำออกซิเ่จนไปสู่ดวงตาได้ง่ายขึ้น  ส่งผลให้สายตาดีขึ้น), การกดจุด และการเคาะ  ซึ่งใช้เวลาทำแค่วันละ ๑ นาทีเท่านั้น!

โดยได้อธิบายว่าคนไข้บางรายที่มารักษากับคนโนะซังนั้นค่าสายตาลดลงจาก ๑,๐๐๐ กว่า ๆ เหลือแค่ ๑๐๐ กว่า ๆ   คุณพระ!!!!!!!

【รีวิวผล】
๑๘ ต.ค. ๕๘ = ตอนนี้ทำตามในหนังสือมาประมาณสัปดาห์กว่า ๆ แล้ว  สายตาเรายังเหมือนเดิม๕๕๕  สงสัยดูมือถือมากไปมั้ง

๘ พ.ย. ๕๘ = ตอนนี้สายตาก็ยังเหมือนเดิมครับ  โฮรลลลล อยากจะร้องไห้( T_T)

   

วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2558

【รีวิว】The Son of Sobek

The Son of Sobek เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการพบกันของเพอร์ซีย์และคาร์เตอร์  โดยในหนังสือฉบับภาษาอังกฤษจะถูกตีพิมพ์อยู่ท้ายเล่ม The Serpent's Shadow (ล่าเงาพญางู)  แต่ไหงเล่มที่เราซื้อมาดันไม่มีซะงั้น ToT  เราเลยต้องไปนั่งอ่านที่คิโนะคุนิยะ๕๕๕

เรื่องมีอยู่ว่า  คาร์เตอร์ไปสำรวจแถว ๆ Long Island แล้วก็เจอกับปีศาจจระเข้  คาร์เตอร์โดนจระเข้งับเข้าไปทั้งตัว  เพอร์ซีย์มาช่วยได้ทันพอดี  ตอนแรกทั้งสองเหมือนจะทะเลาะกัน  เพราะต่างคนต่างเข้าใจผิดว่าเป็นศัตรูแอบแฝงมา  และทั้งสองต่างก็พูดชื่อแปลก ๆ ที่ต่างฝ่ายต่างไม่เข้าใจ  เช่นเพอร์ซีย์พูดถึงสัตว์ในตำนานเทพเจ้ากรีก  คาร์เตอร์เองก็รู้ว่าเพอร์ซีย์ไม่ใช่เด็กธรรมดา  (เพราะถ้าเป็นเด็กธรรมดาคงมองไม่เห็นสัตว์ประหลาดและเวทมนตร์ของเขา  ส่วนเพอร์ซีย์เองก็รู้ว่าคาร์เตอร์ไม่ใช่เด็กธรรมดา ๆ แน่นอน

หลังจากปราบสัตว์ประหลาดจระเข้เสร็จแล้ว  ทั้งสองก็เริ่มไว้ใจกัน  แต่คาร์เตอร์สงสัยว่าการที่ทั้งสองมาเจอกันอาจจะเป็นแผนการของใครบางอย่าง  เขาจึงเลือกที่จะไม่บอกความลับเรื่งเทพเจ้าอียิปต์แก่เพอร์ซีย์  เพอร์ซีย์เองก็เห็นด้วยกับเขา  เราชอบตอนที่คาร์เตอร์เปรียบเทียบความลับของทั้งคู่เหมือนโซเดียมกับน้ำ  ตอนอยู่แยกกันก็ไม่เป็นอันตราย  แต่พอมาอยู่รวมกันเมื่อไหร่ก็ ตูมมมมม ระเบิดทันที  ก็เหมือนกับความลับของทั้งอยู่  อย่ารู้เลยดีกว่า

ตอนใกล้จบเพอร์ซีย์ก็ถามว่า "อ้าว แล้วถ้าฉันอยากจะติดต่อนายล่ะ  เกิดเราต้องช่วยเหลือกันในอนาคตจะทำไง?"  คาร์เตอร์ก็เลยวาดรูปฮอรัสลงบนมือเพอร์ซีย์  เหมือนเป็นเวทมนตร์ของอียิปต์อะไรบางอย่างซึ่งเราลืมไปแล้ว๕๕๕  เขาบอกเพอร์ซีย์ว่า  ถ้าวันหนึ่งนายมีปัญหาให้เรียกชื่อคาร์เตอร์  แล้วเขาจะรู้ว่าเพอร์ซีย์อยู่ที่ไหน  แต่ใช้ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น!!!  แล้วคาร์เตอร์ก็กลับบ้านไปนอน  เขาคิดว่าวันหนึ่งเขาจะตื่นขึ้นมากลางดึก  พร้อมกับได้ยินเสียงตะโกนเรียกในหัวว่า...

คาร์เตอร์

เป็นไงครับ๕๕๕  จบแบบทิ้งให้คิดต่อ  ใจจริงเราอยากให้สองคนนี้มาผจญภัยด้วยกันมากแรก  หวังว่าคุณริกจะแต่งให้นะ...

ไปที่ Instagram คลิก! / Facebook Fan Page คลิก!

วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2558

【รีวิว】The Mark of Athena (The Heroes of Olympus)

『รีวิวแบบรายงานสด』
「อ่านถึงไหน รีวิวถึงนั่น」


เปิดเรื่องมาตอนที่แอนนาเบ็ธมาถึงค่ายจูปิเตอร์พอดี  หลังจากที่เล่มที่แล้วตอนเกือบจบเพอร์ซีย์ไปอ้อนวอนให้พวกโรมันยอมให้เรือรบของพวกแอนนาเบ็ธจอด  ตอนแรกก็จะไม่ยอมกันหรอก  เพราะเล่นขนเรือรบอาวุธครบมาขนาดนั้น๕๕๕  สุดท้ายเพอร์ซีย์ใช้เส้นตัวเองที่เป็น preator ก็เลยอนุญาตให้เข้ามาได้

เรื่องกำลังจะไปได้สวย  เพอร์ซีย์เจอแอนนาเบ็ธแล้ววว  ทุก ๆ อย่างกำลังไปได้ดี  แต่อยู่ดี ๆ เรือรบที่พวกแอนนาเบ็ธเอาเข้ามาก็ระดมยิงใส่พวกโรมัน !  โอ้พระเจ้า  ลีโอ นายทำอะไรลงไปน่ะ  ทำให้พวกโรมันโมโหเป็นอย่างมาก  เพอร์ซีย์และผองเพื่อนจึงต้องรีบหนีขึ้นเรือทันที  เรื่องราวดี ๆ ระหว่างกรัก-โรมันพังทลายเพราะลีโอคนเดียวo(`ω´ )o  แต่พอพวกเพอร์ซีย์ขึ้นมาบนเรือ  ทุกคนมองแรงใส่ลีโอ !  ลีโอรู้สึกผิดมาก  ทำให้เรารู้สึกสงสารลีโอจับใจ  เพอร์ซีย์ก็ด่าลีโออีก

อ. ๑๓ ต.ค. ๕๘
ตอนนี้ The Mark of Athena สนุกขึ้นเยอะเลยยยยย  ตอนแรกทุกตัวละครรักกันดี  แต่ตอนนี้บางตัวละครเริ่มผิดใจกันบ้างแล้ว  ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีนะ เพราะมันทำให้เรื่องมีความสนุกซับซ้อนขึ้น :)

ศ. ๑๖ ต.ค. ๕๘
ตอนนี้เราอ่านถึงประมาณกลาง ๆ เรื่องละ  เหมือนแอนนาเบ็ธจะเริ่มทะเลาะกับอาธีน่ายังไงไม่รู้  เพราะตอนที่เธอไปเจอแม่ที่สถานีรถไฟอะ  เถียงกันฉอด ๆ เลย๕๕๕  อาธีน่าเปลี้ยนไป๋!!  จากเทพีที่ทรงปัญญากลางเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นแถมดุอีกต่างหาก :(  แอนนาเบ็ธเลยต้องรีบหา The Mark of Athena ละ  เพราะมันจะช่วยไขความลับอะไรบางอย่างได้

ไปที่ Instagram คลิก! / Facebook Fan Page คลิก!


【รีวิว】The Son of Neptune (The Heroes of Olympus)

พออ่านเล่มแรกจบปุ๊บ  เราก็ไปซื้อเล่มสองทันทีเลยยยยย  เพราะตอนจบของเล่มแรกทิ้งปมไว้ให้ติดตามต่อ ๕๕๕


(ระวังสปอยด์นิดหน่อย)

สำหรับเล่มนี้เราว่าสนุกกว่าเล่มแรกนะ  เพราะตัวละครเก่าของพวกเรากลับมา !  เพอร์ซีย์นั่นเอง !  แต่ในภาคนี้เพอร์ซีย์กลับมาในรูปของคนความจำเสื่อม  เขาไม่สามารถจำอะไรได้เลยนอกจากชื่อ "แอนนาเบ็ธ"  ซี้งป๊ะล่าาาาาา  เขาถูกเทพีเฮราจอมบงการส่งตัวไปยังค่ายแห่งใหม่  ซึ่งก็คือค่ายจูปิเตอร์  ค่ายจูปิเตอร์ค่อนข้างเป็นค่ายที่เรื่องมากสักหน่อย  มีกฎนู่นกฎนี่เต็มไปหมด  ให้คนละความรู้สึกกับค่ายฮาล์ฟบลัดเลยอะ  แต่ก็อย่างว่า  มันเป็นค่ายโรมันนี่เนอะ  ก็ต้องกฎเยอะเป็นธรรมดา

และเล่มนี้ก็เปิดตัวตัวละครใหม่อีกสองตัว!!!!!!!  นั่นก็คือเฮเซลกับแฟรงก์  สองคนนี้ค่อนข้างนิสัยดีนะเราว่า  เป็นเพื่อนใหม่ที่ดีของเพอร์ซีย์เลยก็ว่าได้  ทั้งสองคนนี้ก็มีอดีตที่เป็นความลับเหมือนกัน ๕๕๕  คุณริกนี่เก่งเรื่องสร้างปมอดีตจริง ๆ

เล่มนี้เนื้อเรื่องส่วนใหญ่เกี่ยวกับการเดินทางไปอลาสกา  ดินแดนซึ่งอยู่เหนืออำนาจของเหล่าเทพเจ้าาา  คือพวกเทพไม่สามารถช่วยเด็กทั้งสามได้แล้วอะ  เล่มนี้ค่อนข้างมีฉากบู๊เยอะ  แต่ไม่ค่อยยิ่งใหญ่เท่าไหร่  แป่วววว^^;  แบบว่าตัวร้ายที่ปูเรื่องมาตั้งแต่ต้นว่าร้ายนักร้ายหนา  แฟรงก์เอาโล่ทุบจมูกทีก็สลบแล้วอะ  แล้วดันยอมให้เด็กตัวเล็ก ๆ ลากไปฆ่า๕๕๕  แล้วก็มีความไม่สมจริงหลายอย่างในเรื่อง  เช่นตอนเด็กทั้งสามจะไปช่วยค่ายจูปิเตอร์ที่กำลังถูกโจมตีอย่างหนัก  เพอร์ซียก็พูดว่า "เราต้องรีบแล้ว"  แต่พอเจอไทสัน (น้องชายผู้พลัดพราก) ก็โผเข้ากอดกัน  คุยกันนานมากกกกก  แถมเล่นกับหมาอีกกกก  ทั้ง ๆ ที่ค่ายมันกำลังจะแตกแล้วววว  มันก็เลยดูขัดกับความเป็นจริงนิดหน่อย

แต่พอคุยเสร็จปุ๊บ.... บุกเข้าสู้เลยยยย๕๕  คิดว่าใครชนะครับ?  พวกยักษ์หรือเพอร์ซีย์  บอกเลยว่าเพอร์ซีย์... ไม่-เคย-แพ้

ช้งเช้งๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  ผ่านไปแป๊บนึง...  เพอร์ซีย์ชนะอีกแล้วฮะ ท่านผู้ชม



สารบัญ

คลิกที่ชื่อหนังสือ! เพื่อเข้าชมได้เลยคร้าบ

【รีวิวหนังสือ】
แค่วันละ ๑ นาที เปลี่ยนสายตาแย่ให้กลับเป็นเยี่ยม
  - The Mark of Athena

【บทความเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาและธรรมะ】
ความสุขอยู่ที่ไหน
• ชีวิตทั้งหมดให้อยู่ด้วยอานาปานัสสติ

【บทความทั่วไป】
『สุขสันต์วัน Back to the Future』

วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2558

แนะนำตัวครับ

สวัสดีครับเพื่อน ๆ นักอ่านและนักท่องเน็ตทุก ๆ คน  เราชื่อเล่นชื่อโชกุนนะ  เหตุผลที่เราสร้างบล็อกนี้มาก็เพราะว่าเราอยากแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ  ไม่ว่าจะเป็นหนังสือที่เราอ่าน  หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่เราไป  ปกติเราชอบสร้างบทความนู่นนี่ในเว็บวิกิพีเดียเป็นประจำ  โดยเฉพาะเกี่ยวกับหนังสือที่เราอ่าน  เราใช้ชื่อว่า Tatung นะ  ถ้าใครเล่นแล้วเจอก็ทักกันได้เนอะ  เรารู้สึกว่าวิกิพีเดียมันออกจะทางการไปหน่อย  เราก็เลยมาสร้างบล็อกดีกว่า  เรามีบล็อกสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติกับบล็อกแปลเพลงไทยเป็นภาษาอังกฤษด้วยนะ  เข้าไปเยี่ยมชมกันได้(^^)

ตามนี้..
thaiwithphavit.blogspot.com (อันนี้สอนภาษาไทย)
tpoplyrics.blogspot.com (อันนี้แปลเพลงไทยเป็นภาษาอังกฤษ)

อ้อ แล้วในบล็อกนี้เราจะใช้เลขไทยทั้งหมดเนอะ  ถือเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยไปในตัว๕๕๕  เพราะถ้าเราคนไทยไม่ใช้  ก็คงไม่มีใครใช้แล้วละนะ( ´ ▽ ` )ノ
ป.ล. ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะครับบ^o^

เกณฑ์การรีวิวสถานที่ของบล็อกนี้~
9-10 คะแนน = ยอดเยี่ยม
7-8 คะแนน = ดีมาก
5-6 คะแนน = ดี
3-4 คะแนน = พอใช้
1-2 คะแนน = ควรปรับปรุง
0 คะแนน = ห่วยแตก
(เศษต่ำกว่า 0.5 ปัดลง)

【รีวิว】The Lost Hero (The Heroes of Olympus)

สวัสดีครับบบบ  ประเดิมโพสต์แรกกันเลยเนอะ ๕๕๕

วันนี้เราจะมารีวิวหนังสือในชุด The Heroes of Olympus เล่ม ๑ ซึ่งมีชื่อว่า...
"THE LOST HERO" หรือในชื่อภาษาไทยว่า "วีรบุรุษผู้สาบสูญ" นั่นเองครับบบ

ป.ล. เราอ่านจากฉบับภาษาอังกฤษนะครับ  ชื่อตัวละครหรือสถานที่อาจจะคลาดเคลื่อนได้บ้างนะครับ ๕๕+


ขอเกริ่นก่อนนิดนึงนะครับว่าเราอ่านนิยายชุดเพอร์ซีย์ แจ็กสันตั้งแต่ก่อนเข้าม.๑  หลังจากนั้นก็ได้ยินข่าวว่าคุณริก ไรออร์แดนจะเขียนหนังสือเล่มใหม่ (ก็คือเล่มนี้)  แต่ไม่รู้ทำไมตอนนั้นเราไม่มีความรู้สึกอยากอ่านต่อสักเท่าไหร่  สงสัยอยู่ในช่วงย้ายโรงเรียนด้วยมั้ง  เลยค่อนข้างจะยุ่ง ๆ สักหน่อย  ผ่านมาเกือบห้าปี  อยู่ดี ๆ น้องรหัสเราก็แนะนำให้อ่านนิยายเล่มนี้  ตอนแรกเราก็ลังเลอยู่ว่าจะอ่านดีไหมน้าาาา  เพราะถ้าอ่านทีนี่ต้องอ่านถึง ๕ เล่มเลยนะ !  แต่ไป ๆ มา ๆ ก็ตัดสินใจซื้อจนได้ ๕๕๕  ผลปรากฏว่า...

สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เอาล่ะ !  มารีวิวกันเต๊อะ !

เปิดมาหน้าแรกก็เปิดตัวตัวละครใหม่กันเลยยย  ซึ่งในเล่มนี้มีตัวละครใหม่หลัก ๆ ถึงสามตัว คือ เจสัน, ไพเพอร์ และลีโอ  ผู้เขียนสร้างตัวละครโดยแต่ละตัวจะมีปมอดีต  คืออดีตของตัวละครนั้น ๆ เคยโดนอย่างงู้นอย่างงี้มา  ก็เลยทำให้ปัจจุบันเป็นอย่างงี้  ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีเพราะผู้อ่านจะคลายความสงสัยว่าทำไมมันถึงนิสัยอย่างนี้? เป็นต้น

ความสนุกของเล่มนี้ไม่ต่างจากเพอร์ซีย์ แจ็กสันเลยครับ  เพียงแต่คุณจะไม่ได้เจอเพอร์ซีย์เท่านั้นเอง  บางคนอาจจะ... ฮะ !  ทำไมไม่มีเพอร์ซีย์?!!!  ขอให้อ่านชื่อหนังสือครับ "วีรบุรุษผู้สาบสูญ" แล้วคุณจะเข้าใจ (๑อิ๊_อิ๊๑)

เนื้อเรื่องในเล่มนี้ดำเนินเรื่องแบบไม่ค่อยเร็วมากนะครับ  บางคนอาจจะหลับได้๕๕๕  แต่รับรองว่าประมาณครึ่งเล่มหลังสนุกจนวางไม่ลงแน่นอนครับ  เพราะเด็กทั้งสามที่เป็นตัวละครหลักในเล่มนี้ก็เก่งไม่แพ้พี่เพอร์ซีย์เลยน้าาาาาา

! ! ! ระวังสปอยด์นิดหน่อย ! ! ! ระวังสปอยด์นิดหน่อย ! ! !

เจสันนับว่าเป็นพระเอกในเล่มนี้เลยก็ว่าได้  เพราะเขาเป็นถึง ลูก! ของ! ซุส!  เปรี้ยงงงงงงงง สายฟ้าฟาดดดดด  และเขาเป็นน้องชายของธาเลียครับ  ซึ่งคนเขียนก็ส่งบทให้เจสันเต็ม ๆ  แต่ลีโอกับไพเพอร์ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเจสันเลยนะครับ  ทั้งสองก็มีความสามารถพิเศษเหมือนกัน  ไพเพอร์สามารถพูดสะกดจิตคนได้  ส่วนลีโอสามารถจุดไฟบนตัวเองได้  (ไฟจริง ๆ เลยครับ บรึ๋ยยย)  แต่เราว่าลีโอค่อนข้างจะมีปมด้อยนะครับ  เพราะคนอื่นในเรื่องเขามีคู่กันหมด  ยกเว้นลีโอ  น่าฉงฉานจริม ๆ ToT

มาพูดถึงประเด็นหลักในเรื่องนี้กันเถอะ !

ประเด็นหลักก็คือเจ๊เฮรานี่แหละครับ  คือเจ๊แกโดนลักพาตัวครับ  เลยมาขอให้เด็กทั้งสามคนช่วย  ซึ่งก่อนหน้านี้เจ๊ก็เป็นคนทำให้เจสันต้องความจำเสื่อมครับ  คนที่ลักพาตัวเจ๊เฮราก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นไกอา  เทพีแห่งโลกนี่เอง  ไม่เคยคิดเลยว่า Mother Earth จะร้ายลึกขนาดนี้ !!!!!  ร้ายมากกกกกก ร้ายที่สุด  ถ้านับโครนอสเป็นตัวร้ายที่ร้ายที่สุดของนิยายชุดเพอร์ซีย์  ในชุดนี้ตัวร้ายที่ร้ายสุดก็ไกอานี่ล่ะฮะท่านผู้ชมมมมม

ไกอาร้ายขนาดไหนก็คือดูสิครับ  เธอเป็นคนฆ่าแม่ของลีโอ  สงสารลีโอจริง ๆ  อะไรชีวิตจะรันทดขนาดนี้น้าาาาาาาาา  ง่อว


ตอนจบของเรื่องนับว่าจบได้ดีเลยนะครับบบ  เพราะว่ามีการปูเรื่องไปภาค ๒ ได้อย่างน่าค้นหา  โดยปูเรื่องว่าในขณะที่เจสันมานั่งความจำเสื่อมอยู่ที่ค่ายฮาล์ฟบลัดเนี่ย  อีกฟากหนึ่งของอเมริกา  เพอร์ซีย์ก็ไปนั่งความจำเสื่อมอยู่ที่อีกค่ายหนึ่งเหมือนกัน  คุณพระ !  มีค่ายใหม่ด้วย  ถ้าอยากรู้ว่าค่ายใหม่เป็นยังไง  เพอร์ซีย์เป็นยังไง  ติดตามต่อภาค ๒ นะครับบบบ

ไปที่ Instagram คลิก! / Facebook Fan Page คลิก!