วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2558
【รีวิว】ภาษาไทยไนน์ตี้ส์
"ภาษาไทยไนน์ตี้ส์" โดย นิตยา กาญจนะวรรณ เป็นหนังสือรวมข้อเขียนจากคอลัมน์ภาษาสมัยในนิตยสารสตรีสาร ต่อจากที่ได้รวบรวมไว้ในภาษาไทยไอที (มกราคม ๒๕๓๗) จนถึงสตรีสารฉบับสุดท้าย (มีนาคม ๒๕๓๙)
หนังสือเล่มนี้นำเสนอประเด็นเกี่ยวกับภาษาไทยที่น่าสนใจมากมาย พร้อมข้อคิดในการใช้ภาษาอย่างถูกวิธีและถูกกาลเทศะ อาทิ การที่วงการโฆษณานิยมใช้ภาษาอังกฤษปนภาษาไทยในการโฆษณานั้น ผู้เขียนได้ให้ความเห็นว่า "อย่าได้วิตกกับการใช้ภาษาอังกฤษปนภาษาไทยอย่างสร้างสรรค์เช่นนี้เลย หันไปเอาใจใส่คนที่ใช้ภาษาไทยผิด ๆ อย่าง เฉลิมพระเกียรติสุนทรภู่ กันดีกว่า"
อีกตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจในหนังสือเล่มนี้คือการอธิบายเรื่อง "ทำไมสระจึงลดรูป" สาเหตุที่สระอะเปลี่ยนเป็นไม้หันอากาศนั้น ผู้รู้บางท่านได้ให้คำอธิบายไว้ว่า ไม้หันอากาศก็คือวิสรรชนีย์นั่นเอง เมื่อมีตัวสะกดจะเขียนไว้ข้างหลังพยัญชนะก็อ่านออกเสียงไม่ตรงกับที่ต้องการ จึงเอาวิสรรชนีย์ไปเขียนไว้ข้างบนเพื่อให้เห็นว่าเป็นสระอะที่มีตัวสะกด แต่ลดออกเสียอันหนึ่งคงเหลือไว้แต่อันเดียว เพื่อสะดวกแก่การเขียนรูปวรรณยุกต์ไว้ข้างบน เช่น กัน กั่น กั้น กั๊น กั๋น ถ้าเขียนวิสรรนีย์ไว้ทั้งสองอันจะเกะกะรุงรังมาก...
เรารู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่สนุกและให้ความรู้เกี่ยวกับวิชาภาษาไทยมากมาย ถึงแม้จะเป็นหนังสือที่ค่อนข้างเก่า (ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒) แต่ความรู้ในหนังสือเล่มนี้ไม่เก่าเลย เราอยากให้เพื่อน ๆ ที่รักภาษาไทยลองอ่านหนังสือเล่มนี้ดู แล้วเพื่อน ๆ จะรู้สึกว่า "ภาษาไทยไม่น่าเบื่อ"
วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2558
【นิทานธรรมะ】ความสุขอยู่ที่ไหน
คุณเคยสงสัยบ้างไหมว่า... ความสุข... อยู่ที่ไหน?
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีมารน้อยอยู่ ๓ ตัว มันได้ขโมยความสุขมากจากพวกมนุษย์ พวกมันกำลังปรึกษากันอยู่ว่าจะซ่อนความสุขไว้ที่ไหนดี
"เราจะเอาความสุขไปซ่อนไว้ที่ยอดเขาที่สูงที่สุด" มารตัวที่หนึ่งพูดด้วยความมั่นใจ "มนุษย์ปีนไม่ถึงแน่นอน"
"ไม่! มนุษย์ฉลาดจะตาย สักวันพวกเขาต้องปีนถึง!" มารตัวที่สองแย้ง "เราจะซ่อนความสุขไว้ใต้ทะเลลึก ไม่มีมนุษย์หน้าไหนหายใจในน้ำได้!"
"มนุษย์น่ะเก่งจะตาย สักวันพวกเขาต้องประดิษฐ์เรือดำน้ำที่สามารถดำลงไปลึกขนาดนั้นได้" มารตัวที่สามพูด "ฉันว่าที่ ๆ ดีที่สุดที่จะซ่อนความสุขไว้ ก็คือในใจมนุษย์นั่นแหละ"
วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2558
『สุขสันต์วัน Back to the Future』
《วันนี้วันพุธที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๐๑๕》
เป็นวันที่ Marty McFly ตัวละครจากภาพยนตร์เรื่อง Back to the Future เดินทางข้ามกาลเวลามายังโลกอนาคต และวันที่มาร์ตี้เดินทางมานั้นก็คือ... วันนี้!!!!!
^ภาพไทม์แมชชีนขณะที่มาร์ตี้จะกลับจากอนาคต(วันนี้)ครับ
เราเพิ่งมาเริ่มดูภาพยนตร์เรื่อง Back to the Future ในเดือนพฤษภาคมปีนี้เอง ที่ดูเพราะเห็นว่าในพันทิปมีคนรีวิวว่าสนุก ปรากฏว่าสนุกจริง ๆ ด้วย ทีนี้เลยติดหนึบเลย ดูสามภาคจบก็รู้สึกโหวง ๆ แปลก ๆ เหมือนจะไม่มีอะไรให้ดูแล้ว ก็ได้เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่วันนี้จะมาถึง ในที่สุด! วันนี้ก็มาถึงครับ!!!(=゚ω゚)ノ
ใน Back to the Future ภาค 2 มาร์ตี้ต้องออกเดินทางไปช่วงลูกของตัวเองในอนาคต ซึ่งวันที่มาร์ตี้มาถึงก็คือวันนี้ สิ่งที่น่าตื่นเต้นก็คือจินตนาการของผู้กำกับหนังเกี่ยวกับโลกอนาคต (ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายปี ๑๙๘๙) ซึ่งในหนังมีฉากโลกอนาคตที่น่าตื่นตาตื่นใจมากกกก ไม่ว่าจะเป็นรถบินได้, สเกตบอร์ดลอยได้, รองเท้าที่สามารถผูกเชือกรองเท้าได้อัตโนมัติ ซึ่งปัจจุบันเป็นยังไงก็รู้ ๆ กันอยู่๕๕๕๕
การดูหนังเรื่องนี้เหมือนการดูไทม์แคปซูลจากเมื่อ ๓๐ ปีที่แล้วอะครับ ว่าคนสมัยก่อนเค้าคิดจินตนาการเกี่ยวกับอนาคตอย่างไร มันก็เหมือนกับพวกเราที่คิดว่าอีกหน่อยจะต้องมีนู่นมีนี่ ซึ่งมันอาจจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ได้ เราว่าการจินตนาการเกี่ยวกับอนาคตนั้นมีประโยชน์มากนะ เพราะมันทำให้มนุษย์รู้จักพัฒนาตนเอง หากบรรพบุรุษของเราไม่พยายามประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่าง ๆ เราก็คงไม่มีชีวิตที่สุขสบายขนาดนี้หรอกครับ
สำหรับใครที่ไม่เคยดูภาพยนตร์เรื่อง "Back to the Future เจาะเวลาหาอดีต" เราแนะนำให้ดูนะ เป็นหนังที่สนุกและก็ดีมาก ๆ เลย ถึงแม้จะเป็นหนังเก่า(มาก) แต่ความสนุกและเนื้อหาไม่เก่าเลยครับ( ´ ▽ ` )ノ
ป.ล. ถ้าวันนี้เจอใครใส่หมวกแก็ปทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ นั่นแหละครับมาร์ตี้!!
วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2558
【รีวิว】ชีวิตดีขึ้นทุก ๆ ด้านด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว
สวัสดีคร้าบบบบ วันนี้เราจะมารีวิวหนังสือเรื่อง "ชีวิตดีขึ้นทุก ๆ ด้านด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว" แว๊บแรกที่เห็นหนังสือก็รู้สึกว่า ว้าว! ชีวิตเราจะดีขึ้น! บ้านเราจะสะอาดขึ้น! บลา ๆ ๆ
ผู้แต่งหนังสือเล่มนี้ชื่อคนโด มาริเอะครับ ซึ่งอุทิศเวลาในชีวิตกว่า ๘๐% ไปกับการจัดบ้าน คุณคนโดอ่านหนังสือและนิตยสารเกี่ยวกับการจัดบ้านตั้งแต่อายุ ๕ ขวบ ซึ่งเราเชื่อว่าเพื่อน ๆ ทุกคนก็คงมีปัญหาเรื่องบ้านรกบ้างใช่มั้ยล่า เราก็มี บางทีบ้านเราก็เกิดปรากฏการณ์โยโย่เอฟเฟกต์๕๕๕ หลายคนคงงงว่าโยโย่เอฟเฟกต์นี่มันเกี่ยวกับการลดน้ำหนักไม่ใช่เหรอ คุณคนโดบอกว่าโยโย่เอฟเฟกต์นั้นก็สามารถเกิดขึ้นในบ้านเราได้เหมือนกัน อย่างเช่นตอนเราจัดโต๊ะเสร็จใหม่ ๆ โต๊ะเราจะเรียบร้อยมากเลย แต่พอผ่านไปสักพัก โต๊ะเราก็จะรกเหมือนเดิม! มันเหมือนลูกโยโย่ที่เด้งกลับมามากกว่าเดิม( T_T)
คุณคนโดสอนว่าเราควรเริ่มจัดเสื้อผ้าในบ้านก่อน เพราะเป็นสิ่งที่จัดง่าย (และตัดใจทิ้งง่าย) สิ่งของที่มีค่าต่อความทรงจำ เช่น รูปถ่าย, ของที่ระลึก ควรจัดเป็นอย่างสุดท้าย การจัดเสื้อผ้านั้นควรนำเสื้อผ้าทั้งหมดมากองไว้ในที่เดียวกัน ย้ำ! ว่าต้องนำเสื้อผ้าทุกชิ้นมากองรวมกัน จากนั้นก็นำเสื้อแต่ละตัวมาถือและลองถามใจตัวเองดูว่า "มันปลุกเร้าความสุขในตัวคุณได้ไหม" ถ้ามันปลุกเร้าความสุขในตัวคุณได้ก็ให้เก็บมันไว้ แต่หากปลุกเร้าความสุขในตัวคุณไม่ได้ ก็โยนทิ้งมันไปซะ แต่อย่าลืมกล่าวขอบคุณที่มันเคยดูแลคุณมาตลอดนะครับ
๒๕ ต.ค. ๕๘
ขณะนี้เราได้ดำเนินการจัดบ้านแบบคมมาริไปแล้วบางส่วน คือเราไม่ว่างจัดทั้งวันแบบที่ในหนังสือแนะนำ เราเลยเริ่มจัดจากห้องรับแขกก่อน ผลปรากฏว่าใช้เวลาจัดตั้ง ๓ ชั่วโมง (นี่คือยังไม่เสร็จดีด้วยนะ) เหนื่อยมากกกกกกก๕๕๕ แต่ห้องก็โล่งไปเยอะเลย เพราะโละหนังสือออกมาเยอะมาก
![]() |
| ไปที่ Instagram คลิก! / Facebook Fanpage คลิก! |
วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2558
【รีวิว】แค่วันละ ๑ นาที เปลี่ยนสายตาแย่ให้กลับเป็นเยี่ยม
แค่วันละ ๑ นาที เปลี่ยนสายตาแย่ให้กลับเป็นเยี่ยม!!!!!
วินาทีที่เราเจอหนังสือเล่มนี้ที่ร้านหนังสือ... ความรู้เราในตอนนั้นคือ...
"นี่แหละ! หนังสอที่เราต้องการ"
เพราะเราเป็นคนสายตาสั้นมาก ๆ แถมตาทั้ง ๒ ข้างต่างกันเยอะมากกกกกก
ตาซ้ายเห็นชัดหน่อย สั้นประมาณ ๑๕๐ ส่วนตาขวานี่น่าจะเกิน ๓๐๐ แล้วมั้ง ToT
เวลาเรียนหนังสือเลยต้องนั่งหน้า มองก็ไม่ค่อยเห็น
แต่เหมือนฟ้าส่งหนังสือเล่มนี้มา มันจั่วหัวว่า "แค่วันละ ๑ นาที เปลี่ยนสายตาแย่ให้กลับเป็นเยี่ยม" เราลองพลิกไปพลิกมาแป๊บนึงก็ตัดสินใจซื้อเลย (จริงไม่จริงไม่รู้ ซื้อไว้ก่อนแล้วกัน ๕๕๕+)
หนังสือเล่มนี้แต่งโดยชาวญี่ปุ่นนามว่า "คนโนะ" เขามักจะเรียกวิธีรักษาดวงตาของเขาว่า "วิธีรักษาดวงตาแบบคนโนะ" ซึ่งประกอบไปด้วยการนวดรอบบริเวณดวงตา (ซึ่งเขาบอกว่าจะช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น นำออกซิเ่จนไปสู่ดวงตาได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้สายตาดีขึ้น), การกดจุด และการเคาะ ซึ่งใช้เวลาทำแค่วันละ ๑ นาทีเท่านั้น!
โดยได้อธิบายว่าคนไข้บางรายที่มารักษากับคนโนะซังนั้นค่าสายตาลดลงจาก ๑,๐๐๐ กว่า ๆ เหลือแค่ ๑๐๐ กว่า ๆ คุณพระ!!!!!!!
【รีวิวผล】
๑๘ ต.ค. ๕๘ = ตอนนี้ทำตามในหนังสือมาประมาณสัปดาห์กว่า ๆ แล้ว สายตาเรายังเหมือนเดิม๕๕๕ สงสัยดูมือถือมากไปมั้ง
๘ พ.ย. ๕๘ = ตอนนี้สายตาก็ยังเหมือนเดิมครับ โฮรลลลล อยากจะร้องไห้( T_T)
วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2558
【รีวิว】The Son of Sobek
The Son of Sobek เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการพบกันของเพอร์ซีย์และคาร์เตอร์ โดยในหนังสือฉบับภาษาอังกฤษจะถูกตีพิมพ์อยู่ท้ายเล่ม The Serpent's Shadow (ล่าเงาพญางู) แต่ไหงเล่มที่เราซื้อมาดันไม่มีซะงั้น ToT เราเลยต้องไปนั่งอ่านที่คิโนะคุนิยะ๕๕๕
เรื่องมีอยู่ว่า คาร์เตอร์ไปสำรวจแถว ๆ Long Island แล้วก็เจอกับปีศาจจระเข้ คาร์เตอร์โดนจระเข้งับเข้าไปทั้งตัว เพอร์ซีย์มาช่วยได้ทันพอดี ตอนแรกทั้งสองเหมือนจะทะเลาะกัน เพราะต่างคนต่างเข้าใจผิดว่าเป็นศัตรูแอบแฝงมา และทั้งสองต่างก็พูดชื่อแปลก ๆ ที่ต่างฝ่ายต่างไม่เข้าใจ เช่นเพอร์ซีย์พูดถึงสัตว์ในตำนานเทพเจ้ากรีก คาร์เตอร์เองก็รู้ว่าเพอร์ซีย์ไม่ใช่เด็กธรรมดา (เพราะถ้าเป็นเด็กธรรมดาคงมองไม่เห็นสัตว์ประหลาดและเวทมนตร์ของเขา ส่วนเพอร์ซีย์เองก็รู้ว่าคาร์เตอร์ไม่ใช่เด็กธรรมดา ๆ แน่นอน
หลังจากปราบสัตว์ประหลาดจระเข้เสร็จแล้ว ทั้งสองก็เริ่มไว้ใจกัน แต่คาร์เตอร์สงสัยว่าการที่ทั้งสองมาเจอกันอาจจะเป็นแผนการของใครบางอย่าง เขาจึงเลือกที่จะไม่บอกความลับเรื่งเทพเจ้าอียิปต์แก่เพอร์ซีย์ เพอร์ซีย์เองก็เห็นด้วยกับเขา เราชอบตอนที่คาร์เตอร์เปรียบเทียบความลับของทั้งคู่เหมือนโซเดียมกับน้ำ ตอนอยู่แยกกันก็ไม่เป็นอันตราย แต่พอมาอยู่รวมกันเมื่อไหร่ก็ ตูมมมมม ระเบิดทันที ก็เหมือนกับความลับของทั้งอยู่ อย่ารู้เลยดีกว่า
ตอนใกล้จบเพอร์ซีย์ก็ถามว่า "อ้าว แล้วถ้าฉันอยากจะติดต่อนายล่ะ เกิดเราต้องช่วยเหลือกันในอนาคตจะทำไง?" คาร์เตอร์ก็เลยวาดรูปฮอรัสลงบนมือเพอร์ซีย์ เหมือนเป็นเวทมนตร์ของอียิปต์อะไรบางอย่างซึ่งเราลืมไปแล้ว๕๕๕ เขาบอกเพอร์ซีย์ว่า ถ้าวันหนึ่งนายมีปัญหาให้เรียกชื่อคาร์เตอร์ แล้วเขาจะรู้ว่าเพอร์ซีย์อยู่ที่ไหน แต่ใช้ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น!!! แล้วคาร์เตอร์ก็กลับบ้านไปนอน เขาคิดว่าวันหนึ่งเขาจะตื่นขึ้นมากลางดึก พร้อมกับได้ยินเสียงตะโกนเรียกในหัวว่า...
คาร์เตอร์
เป็นไงครับ๕๕๕ จบแบบทิ้งให้คิดต่อ ใจจริงเราอยากให้สองคนนี้มาผจญภัยด้วยกันมากแรก หวังว่าคุณริกจะแต่งให้นะ...
เรื่องมีอยู่ว่า คาร์เตอร์ไปสำรวจแถว ๆ Long Island แล้วก็เจอกับปีศาจจระเข้ คาร์เตอร์โดนจระเข้งับเข้าไปทั้งตัว เพอร์ซีย์มาช่วยได้ทันพอดี ตอนแรกทั้งสองเหมือนจะทะเลาะกัน เพราะต่างคนต่างเข้าใจผิดว่าเป็นศัตรูแอบแฝงมา และทั้งสองต่างก็พูดชื่อแปลก ๆ ที่ต่างฝ่ายต่างไม่เข้าใจ เช่นเพอร์ซีย์พูดถึงสัตว์ในตำนานเทพเจ้ากรีก คาร์เตอร์เองก็รู้ว่าเพอร์ซีย์ไม่ใช่เด็กธรรมดา (เพราะถ้าเป็นเด็กธรรมดาคงมองไม่เห็นสัตว์ประหลาดและเวทมนตร์ของเขา ส่วนเพอร์ซีย์เองก็รู้ว่าคาร์เตอร์ไม่ใช่เด็กธรรมดา ๆ แน่นอน
หลังจากปราบสัตว์ประหลาดจระเข้เสร็จแล้ว ทั้งสองก็เริ่มไว้ใจกัน แต่คาร์เตอร์สงสัยว่าการที่ทั้งสองมาเจอกันอาจจะเป็นแผนการของใครบางอย่าง เขาจึงเลือกที่จะไม่บอกความลับเรื่งเทพเจ้าอียิปต์แก่เพอร์ซีย์ เพอร์ซีย์เองก็เห็นด้วยกับเขา เราชอบตอนที่คาร์เตอร์เปรียบเทียบความลับของทั้งคู่เหมือนโซเดียมกับน้ำ ตอนอยู่แยกกันก็ไม่เป็นอันตราย แต่พอมาอยู่รวมกันเมื่อไหร่ก็ ตูมมมมม ระเบิดทันที ก็เหมือนกับความลับของทั้งอยู่ อย่ารู้เลยดีกว่า
ตอนใกล้จบเพอร์ซีย์ก็ถามว่า "อ้าว แล้วถ้าฉันอยากจะติดต่อนายล่ะ เกิดเราต้องช่วยเหลือกันในอนาคตจะทำไง?" คาร์เตอร์ก็เลยวาดรูปฮอรัสลงบนมือเพอร์ซีย์ เหมือนเป็นเวทมนตร์ของอียิปต์อะไรบางอย่างซึ่งเราลืมไปแล้ว๕๕๕ เขาบอกเพอร์ซีย์ว่า ถ้าวันหนึ่งนายมีปัญหาให้เรียกชื่อคาร์เตอร์ แล้วเขาจะรู้ว่าเพอร์ซีย์อยู่ที่ไหน แต่ใช้ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น!!! แล้วคาร์เตอร์ก็กลับบ้านไปนอน เขาคิดว่าวันหนึ่งเขาจะตื่นขึ้นมากลางดึก พร้อมกับได้ยินเสียงตะโกนเรียกในหัวว่า...
คาร์เตอร์
เป็นไงครับ๕๕๕ จบแบบทิ้งให้คิดต่อ ใจจริงเราอยากให้สองคนนี้มาผจญภัยด้วยกันมากแรก หวังว่าคุณริกจะแต่งให้นะ...
![]() |
| ไปที่ Instagram คลิก! / Facebook Fan Page คลิก! |
วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2558
【รีวิว】The Mark of Athena (The Heroes of Olympus)
『รีวิวแบบรายงานสด』
「อ่านถึงไหน รีวิวถึงนั่น」
เปิดเรื่องมาตอนที่แอนนาเบ็ธมาถึงค่ายจูปิเตอร์พอดี หลังจากที่เล่มที่แล้วตอนเกือบจบเพอร์ซีย์ไปอ้อนวอนให้พวกโรมันยอมให้เรือรบของพวกแอนนาเบ็ธจอด ตอนแรกก็จะไม่ยอมกันหรอก เพราะเล่นขนเรือรบอาวุธครบมาขนาดนั้น๕๕๕ สุดท้ายเพอร์ซีย์ใช้เส้นตัวเองที่เป็น preator ก็เลยอนุญาตให้เข้ามาได้
เรื่องกำลังจะไปได้สวย เพอร์ซีย์เจอแอนนาเบ็ธแล้ววว ทุก ๆ อย่างกำลังไปได้ดี แต่อยู่ดี ๆ เรือรบที่พวกแอนนาเบ็ธเอาเข้ามาก็ระดมยิงใส่พวกโรมัน ! โอ้พระเจ้า ลีโอ นายทำอะไรลงไปน่ะ ทำให้พวกโรมันโมโหเป็นอย่างมาก เพอร์ซีย์และผองเพื่อนจึงต้องรีบหนีขึ้นเรือทันที เรื่องราวดี ๆ ระหว่างกรัก-โรมันพังทลายเพราะลีโอคนเดียวo(`ω´ )o แต่พอพวกเพอร์ซีย์ขึ้นมาบนเรือ ทุกคนมองแรงใส่ลีโอ ! ลีโอรู้สึกผิดมาก ทำให้เรารู้สึกสงสารลีโอจับใจ เพอร์ซีย์ก็ด่าลีโออีก
อ. ๑๓ ต.ค. ๕๘
ตอนนี้ The Mark of Athena สนุกขึ้นเยอะเลยยยยย ตอนแรกทุกตัวละครรักกันดี แต่ตอนนี้บางตัวละครเริ่มผิดใจกันบ้างแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีนะ เพราะมันทำให้เรื่องมีความสนุกซับซ้อนขึ้น :)
ศ. ๑๖ ต.ค. ๕๘
ตอนนี้เราอ่านถึงประมาณกลาง ๆ เรื่องละ เหมือนแอนนาเบ็ธจะเริ่มทะเลาะกับอาธีน่ายังไงไม่รู้ เพราะตอนที่เธอไปเจอแม่ที่สถานีรถไฟอะ เถียงกันฉอด ๆ เลย๕๕๕ อาธีน่าเปลี้ยนไป๋!! จากเทพีที่ทรงปัญญากลางเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นแถมดุอีกต่างหาก :( แอนนาเบ็ธเลยต้องรีบหา The Mark of Athena ละ เพราะมันจะช่วยไขความลับอะไรบางอย่างได้
![]() |
| ไปที่ Instagram คลิก! / Facebook Fan Page คลิก! |
【รีวิว】The Son of Neptune (The Heroes of Olympus)
พออ่านเล่มแรกจบปุ๊บ เราก็ไปซื้อเล่มสองทันทีเลยยยยย เพราะตอนจบของเล่มแรกทิ้งปมไว้ให้ติดตามต่อ ๕๕๕
สำหรับเล่มนี้เราว่าสนุกกว่าเล่มแรกนะ เพราะตัวละครเก่าของพวกเรากลับมา ! เพอร์ซีย์นั่นเอง ! แต่ในภาคนี้เพอร์ซีย์กลับมาในรูปของคนความจำเสื่อม เขาไม่สามารถจำอะไรได้เลยนอกจากชื่อ "แอนนาเบ็ธ" ซี้งป๊ะล่าาาาาา เขาถูกเทพีเฮราจอมบงการส่งตัวไปยังค่ายแห่งใหม่ ซึ่งก็คือค่ายจูปิเตอร์ ค่ายจูปิเตอร์ค่อนข้างเป็นค่ายที่เรื่องมากสักหน่อย มีกฎนู่นกฎนี่เต็มไปหมด ให้คนละความรู้สึกกับค่ายฮาล์ฟบลัดเลยอะ แต่ก็อย่างว่า มันเป็นค่ายโรมันนี่เนอะ ก็ต้องกฎเยอะเป็นธรรมดา
(ระวังสปอยด์นิดหน่อย)
และเล่มนี้ก็เปิดตัวตัวละครใหม่อีกสองตัว!!!!!!! นั่นก็คือเฮเซลกับแฟรงก์ สองคนนี้ค่อนข้างนิสัยดีนะเราว่า เป็นเพื่อนใหม่ที่ดีของเพอร์ซีย์เลยก็ว่าได้ ทั้งสองคนนี้ก็มีอดีตที่เป็นความลับเหมือนกัน ๕๕๕ คุณริกนี่เก่งเรื่องสร้างปมอดีตจริง ๆ
เล่มนี้เนื้อเรื่องส่วนใหญ่เกี่ยวกับการเดินทางไปอลาสกา ดินแดนซึ่งอยู่เหนืออำนาจของเหล่าเทพเจ้าาา คือพวกเทพไม่สามารถช่วยเด็กทั้งสามได้แล้วอะ เล่มนี้ค่อนข้างมีฉากบู๊เยอะ แต่ไม่ค่อยยิ่งใหญ่เท่าไหร่ แป่วววว^^; แบบว่าตัวร้ายที่ปูเรื่องมาตั้งแต่ต้นว่าร้ายนักร้ายหนา แฟรงก์เอาโล่ทุบจมูกทีก็สลบแล้วอะ แล้วดันยอมให้เด็กตัวเล็ก ๆ ลากไปฆ่า๕๕๕ แล้วก็มีความไม่สมจริงหลายอย่างในเรื่อง เช่นตอนเด็กทั้งสามจะไปช่วยค่ายจูปิเตอร์ที่กำลังถูกโจมตีอย่างหนัก เพอร์ซียก็พูดว่า "เราต้องรีบแล้ว" แต่พอเจอไทสัน (น้องชายผู้พลัดพราก) ก็โผเข้ากอดกัน คุยกันนานมากกกกก แถมเล่นกับหมาอีกกกก ทั้ง ๆ ที่ค่ายมันกำลังจะแตกแล้วววว มันก็เลยดูขัดกับความเป็นจริงนิดหน่อย
แต่พอคุยเสร็จปุ๊บ.... บุกเข้าสู้เลยยยย๕๕ คิดว่าใครชนะครับ? พวกยักษ์หรือเพอร์ซีย์ บอกเลยว่าเพอร์ซีย์... ไม่-เคย-แพ้
ช้งเช้งๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ผ่านไปแป๊บนึง... เพอร์ซีย์ชนะอีกแล้วฮะ ท่านผู้ชม
แต่พอคุยเสร็จปุ๊บ.... บุกเข้าสู้เลยยยย๕๕ คิดว่าใครชนะครับ? พวกยักษ์หรือเพอร์ซีย์ บอกเลยว่าเพอร์ซีย์... ไม่-เคย-แพ้
ช้งเช้งๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ผ่านไปแป๊บนึง... เพอร์ซีย์ชนะอีกแล้วฮะ ท่านผู้ชม
สารบัญ
คลิกที่ชื่อหนังสือ! เพื่อเข้าชมได้เลยคร้าบ
【รีวิวหนังสือ】
• แค่วันละ ๑ นาที เปลี่ยนสายตาแย่ให้กลับเป็นเยี่ยม
【รีวิวหนังสือ】
• แค่วันละ ๑ นาที เปลี่ยนสายตาแย่ให้กลับเป็นเยี่ยม
• ชีวิตดีขึ้นทุก ๆ ด้านด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว
• ภาษาไทยไนน์ตี้ส์
• Crossover ของ Percy และ The Kane Chronicles
- The Son of Sobek
• The Heroes of Olympus
• ภาษาไทยไนน์ตี้ส์
• Crossover ของ Percy และ The Kane Chronicles
- The Son of Sobek
• The Heroes of Olympus
- The Mark of Athena
【บทความเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาและธรรมะ】
• ความสุขอยู่ที่ไหน
• ชีวิตทั้งหมดให้อยู่ด้วยอานาปานัสสติ
【บทความทั่วไป】
•『สุขสันต์วัน Back to the Future』
【บทความเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาและธรรมะ】
• ความสุขอยู่ที่ไหน
• ชีวิตทั้งหมดให้อยู่ด้วยอานาปานัสสติ
【บทความทั่วไป】
•『สุขสันต์วัน Back to the Future』
วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2558
แนะนำตัวครับ
สวัสดีครับเพื่อน ๆ นักอ่านและนักท่องเน็ตทุก ๆ คน เราชื่อเล่นชื่อโชกุนนะ เหตุผลที่เราสร้างบล็อกนี้มาก็เพราะว่าเราอยากแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือที่เราอ่าน หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่เราไป ปกติเราชอบสร้างบทความนู่นนี่ในเว็บวิกิพีเดียเป็นประจำ โดยเฉพาะเกี่ยวกับหนังสือที่เราอ่าน เราใช้ชื่อว่า Tatung นะ ถ้าใครเล่นแล้วเจอก็ทักกันได้เนอะ เรารู้สึกว่าวิกิพีเดียมันออกจะทางการไปหน่อย เราก็เลยมาสร้างบล็อกดีกว่า เรามีบล็อกสอนภาษาไทยให้ชาวต่างชาติกับบล็อกแปลเพลงไทยเป็นภาษาอังกฤษด้วยนะ เข้าไปเยี่ยมชมกันได้(^^)
ตามนี้..
thaiwithphavit.blogspot.com (อันนี้สอนภาษาไทย)
tpoplyrics.blogspot.com (อันนี้แปลเพลงไทยเป็นภาษาอังกฤษ)
ตามนี้..
thaiwithphavit.blogspot.com (อันนี้สอนภาษาไทย)
tpoplyrics.blogspot.com (อันนี้แปลเพลงไทยเป็นภาษาอังกฤษ)
อ้อ แล้วในบล็อกนี้เราจะใช้เลขไทยทั้งหมดเนอะ ถือเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยไปในตัว๕๕๕ เพราะถ้าเราคนไทยไม่ใช้ ก็คงไม่มีใครใช้แล้วละนะ( ´ ▽ ` )ノ
ป.ล. ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะครับบ^o^
ป.ล. ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะครับบ^o^
เกณฑ์การรีวิวสถานที่ของบล็อกนี้~
9-10 คะแนน = ยอดเยี่ยม
7-8 คะแนน = ดีมาก
5-6 คะแนน = ดี
3-4 คะแนน = พอใช้
1-2 คะแนน = ควรปรับปรุง
0 คะแนน = ห่วยแตก
(เศษต่ำกว่า 0.5 ปัดลง)
【รีวิว】The Lost Hero (The Heroes of Olympus)
สวัสดีครับบบบ ประเดิมโพสต์แรกกันเลยเนอะ ๕๕๕
เปิดมาหน้าแรกก็เปิดตัวตัวละครใหม่กันเลยยย ซึ่งในเล่มนี้มีตัวละครใหม่หลัก ๆ ถึงสามตัว คือ เจสัน, ไพเพอร์ และลีโอ ผู้เขียนสร้างตัวละครโดยแต่ละตัวจะมีปมอดีต คืออดีตของตัวละครนั้น ๆ เคยโดนอย่างงู้นอย่างงี้มา ก็เลยทำให้ปัจจุบันเป็นอย่างงี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีเพราะผู้อ่านจะคลายความสงสัยว่าทำไมมันถึงนิสัยอย่างนี้? เป็นต้น
ความสนุกของเล่มนี้ไม่ต่างจากเพอร์ซีย์ แจ็กสันเลยครับ เพียงแต่คุณจะไม่ได้เจอเพอร์ซีย์เท่านั้นเอง บางคนอาจจะ... ฮะ ! ทำไมไม่มีเพอร์ซีย์?!!! ขอให้อ่านชื่อหนังสือครับ "วีรบุรุษผู้สาบสูญ" แล้วคุณจะเข้าใจ (๑อิ๊_อิ๊๑)
เนื้อเรื่องในเล่มนี้ดำเนินเรื่องแบบไม่ค่อยเร็วมากนะครับ บางคนอาจจะหลับได้๕๕๕ แต่รับรองว่าประมาณครึ่งเล่มหลังสนุกจนวางไม่ลงแน่นอนครับ เพราะเด็กทั้งสามที่เป็นตัวละครหลักในเล่มนี้ก็เก่งไม่แพ้พี่เพอร์ซีย์เลยน้าาาาาา
! ! ! ระวังสปอยด์นิดหน่อย ! ! ! ระวังสปอยด์นิดหน่อย ! ! !
เจสันนับว่าเป็นพระเอกในเล่มนี้เลยก็ว่าได้ เพราะเขาเป็นถึง ลูก! ของ! ซุส! เปรี้ยงงงงงงงง สายฟ้าฟาดดดดด และเขาเป็นน้องชายของธาเลียครับ ซึ่งคนเขียนก็ส่งบทให้เจสันเต็ม ๆ แต่ลีโอกับไพเพอร์ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเจสันเลยนะครับ ทั้งสองก็มีความสามารถพิเศษเหมือนกัน ไพเพอร์สามารถพูดสะกดจิตคนได้ ส่วนลีโอสามารถจุดไฟบนตัวเองได้ (ไฟจริง ๆ เลยครับ บรึ๋ยยย) แต่เราว่าลีโอค่อนข้างจะมีปมด้อยนะครับ เพราะคนอื่นในเรื่องเขามีคู่กันหมด ยกเว้นลีโอ น่าฉงฉานจริม ๆ ToT
มาพูดถึงประเด็นหลักในเรื่องนี้กันเถอะ !
ประเด็นหลักก็คือเจ๊เฮรานี่แหละครับ คือเจ๊แกโดนลักพาตัวครับ เลยมาขอให้เด็กทั้งสามคนช่วย ซึ่งก่อนหน้านี้เจ๊ก็เป็นคนทำให้เจสันต้องความจำเสื่อมครับ คนที่ลักพาตัวเจ๊เฮราก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นไกอา เทพีแห่งโลกนี่เอง ไม่เคยคิดเลยว่า Mother Earth จะร้ายลึกขนาดนี้ !!!!! ร้ายมากกกกกก ร้ายที่สุด ถ้านับโครนอสเป็นตัวร้ายที่ร้ายที่สุดของนิยายชุดเพอร์ซีย์ ในชุดนี้ตัวร้ายที่ร้ายสุดก็ไกอานี่ล่ะฮะท่านผู้ชมมมมม
ไกอาร้ายขนาดไหนก็คือดูสิครับ เธอเป็นคนฆ่าแม่ของลีโอ สงสารลีโอจริง ๆ อะไรชีวิตจะรันทดขนาดนี้น้าาาาาาาาา ง่อว
วันนี้เราจะมารีวิวหนังสือในชุด The Heroes of Olympus เล่ม ๑ ซึ่งมีชื่อว่า...
"THE LOST HERO" หรือในชื่อภาษาไทยว่า "วีรบุรุษผู้สาบสูญ" นั่นเองครับบบ
ป.ล. เราอ่านจากฉบับภาษาอังกฤษนะครับ ชื่อตัวละครหรือสถานที่อาจจะคลาดเคลื่อนได้บ้างนะครับ ๕๕+
ขอเกริ่นก่อนนิดนึงนะครับว่าเราอ่านนิยายชุดเพอร์ซีย์ แจ็กสันตั้งแต่ก่อนเข้าม.๑ หลังจากนั้นก็ได้ยินข่าวว่าคุณริก ไรออร์แดนจะเขียนหนังสือเล่มใหม่ (ก็คือเล่มนี้) แต่ไม่รู้ทำไมตอนนั้นเราไม่มีความรู้สึกอยากอ่านต่อสักเท่าไหร่ สงสัยอยู่ในช่วงย้ายโรงเรียนด้วยมั้ง เลยค่อนข้างจะยุ่ง ๆ สักหน่อย ผ่านมาเกือบห้าปี อยู่ดี ๆ น้องรหัสเราก็แนะนำให้อ่านนิยายเล่มนี้ ตอนแรกเราก็ลังเลอยู่ว่าจะอ่านดีไหมน้าาาา เพราะถ้าอ่านทีนี่ต้องอ่านถึง ๕ เล่มเลยนะ ! แต่ไป ๆ มา ๆ ก็ตัดสินใจซื้อจนได้ ๕๕๕ ผลปรากฏว่า...
สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เอาล่ะ ! มารีวิวกันเต๊อะ !
เปิดมาหน้าแรกก็เปิดตัวตัวละครใหม่กันเลยยย ซึ่งในเล่มนี้มีตัวละครใหม่หลัก ๆ ถึงสามตัว คือ เจสัน, ไพเพอร์ และลีโอ ผู้เขียนสร้างตัวละครโดยแต่ละตัวจะมีปมอดีต คืออดีตของตัวละครนั้น ๆ เคยโดนอย่างงู้นอย่างงี้มา ก็เลยทำให้ปัจจุบันเป็นอย่างงี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีเพราะผู้อ่านจะคลายความสงสัยว่าทำไมมันถึงนิสัยอย่างนี้? เป็นต้น
ความสนุกของเล่มนี้ไม่ต่างจากเพอร์ซีย์ แจ็กสันเลยครับ เพียงแต่คุณจะไม่ได้เจอเพอร์ซีย์เท่านั้นเอง บางคนอาจจะ... ฮะ ! ทำไมไม่มีเพอร์ซีย์?!!! ขอให้อ่านชื่อหนังสือครับ "วีรบุรุษผู้สาบสูญ" แล้วคุณจะเข้าใจ (๑อิ๊_อิ๊๑)
เนื้อเรื่องในเล่มนี้ดำเนินเรื่องแบบไม่ค่อยเร็วมากนะครับ บางคนอาจจะหลับได้๕๕๕ แต่รับรองว่าประมาณครึ่งเล่มหลังสนุกจนวางไม่ลงแน่นอนครับ เพราะเด็กทั้งสามที่เป็นตัวละครหลักในเล่มนี้ก็เก่งไม่แพ้พี่เพอร์ซีย์เลยน้าาาาาา
! ! ! ระวังสปอยด์นิดหน่อย ! ! ! ระวังสปอยด์นิดหน่อย ! ! !
เจสันนับว่าเป็นพระเอกในเล่มนี้เลยก็ว่าได้ เพราะเขาเป็นถึง ลูก! ของ! ซุส! เปรี้ยงงงงงงงง สายฟ้าฟาดดดดด และเขาเป็นน้องชายของธาเลียครับ ซึ่งคนเขียนก็ส่งบทให้เจสันเต็ม ๆ แต่ลีโอกับไพเพอร์ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเจสันเลยนะครับ ทั้งสองก็มีความสามารถพิเศษเหมือนกัน ไพเพอร์สามารถพูดสะกดจิตคนได้ ส่วนลีโอสามารถจุดไฟบนตัวเองได้ (ไฟจริง ๆ เลยครับ บรึ๋ยยย) แต่เราว่าลีโอค่อนข้างจะมีปมด้อยนะครับ เพราะคนอื่นในเรื่องเขามีคู่กันหมด ยกเว้นลีโอ น่าฉงฉานจริม ๆ ToT
มาพูดถึงประเด็นหลักในเรื่องนี้กันเถอะ !
ประเด็นหลักก็คือเจ๊เฮรานี่แหละครับ คือเจ๊แกโดนลักพาตัวครับ เลยมาขอให้เด็กทั้งสามคนช่วย ซึ่งก่อนหน้านี้เจ๊ก็เป็นคนทำให้เจสันต้องความจำเสื่อมครับ คนที่ลักพาตัวเจ๊เฮราก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นไกอา เทพีแห่งโลกนี่เอง ไม่เคยคิดเลยว่า Mother Earth จะร้ายลึกขนาดนี้ !!!!! ร้ายมากกกกกก ร้ายที่สุด ถ้านับโครนอสเป็นตัวร้ายที่ร้ายที่สุดของนิยายชุดเพอร์ซีย์ ในชุดนี้ตัวร้ายที่ร้ายสุดก็ไกอานี่ล่ะฮะท่านผู้ชมมมมม
ไกอาร้ายขนาดไหนก็คือดูสิครับ เธอเป็นคนฆ่าแม่ของลีโอ สงสารลีโอจริง ๆ อะไรชีวิตจะรันทดขนาดนี้น้าาาาาาาาา ง่อว
ตอนจบของเรื่องนับว่าจบได้ดีเลยนะครับบบ เพราะว่ามีการปูเรื่องไปภาค ๒ ได้อย่างน่าค้นหา โดยปูเรื่องว่าในขณะที่เจสันมานั่งความจำเสื่อมอยู่ที่ค่ายฮาล์ฟบลัดเนี่ย อีกฟากหนึ่งของอเมริกา เพอร์ซีย์ก็ไปนั่งความจำเสื่อมอยู่ที่อีกค่ายหนึ่งเหมือนกัน คุณพระ ! มีค่ายใหม่ด้วย ถ้าอยากรู้ว่าค่ายใหม่เป็นยังไง เพอร์ซีย์เป็นยังไง ติดตามต่อภาค ๒ นะครับบบบ
![]() |
| ไปที่ Instagram คลิก! / Facebook Fan Page คลิก! |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











