วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2559

รีวิวเขาชนไก่ ฉบับจัดเต็ม!

สวัสดีครับเพื่อน ๆ  โพสต์นี้ผมตั้งใจจะให้เป็นการรีวิวการเข้าค่ายเขาชนไก่แบบรายงานสด๕๕๕  คือผมจะพยายามเล่าเรื่องขณะอยู่ที่ค่ายเลยนะครับ  เพื่อความสมจริงของเรื่อง (อิ_อิ)

อา. ๒๔ ม.ค. ๕๙
วันอังคารที่จะถึงนี้ก็จะต้องไปเขาชนไก่แล้วครับ(*゚▽゚*)  ตื่นเต้นนิดหน่อย  วันนี้เลยจัดกระเป๋า+เตรียมของ  พยายามเอาของไปไม่เยอะ  จะได้ไม่ต้องแบกหนักมาก  เพราะเพื่อน ๆ เตือนกันมาว่าเอาของไปเยอะเกินแล้วต้องแบกหนักมาก  ผมเลยพยายามเอาของเท่าที่จำเป็นไปเท่านั้น  หลังจากจัดของเสร็จก็สบายแล้วครับ(´∀`; )  เตรียมตัวไปอย่างเดียววว

สิ่งของที่จำเป็น
- ชุดฝึก (ตัวนึงก็โอ สองตัวก็ดี แล้วแต่)
- เสื้อเขียวข้างใน (สามตัวกำลังดี)
- เครื่องสนาม
- เป้สนาม (คุณภาพห่วย!  ใช้ครั้งเดียวก็ลอกเป็นขุยละ  ทั้ง ๆ ที่ขายแพงมากกก)
- ผ้าปูรองนอน
- ถุงนอน (แล้วแต่ ไม่มีก็ได้)
- อุปกรณ์อาบน้ำ (แล้วแต่ศรัทธา)
- ช้อน
- ถุงพลาสติก (เอาแบบใหญ่หน่อย จะได้ไม่ต้องไปซื้อของเขา)
[[ถ้าลืมบางอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ  ไม่ต้องกลัว  เค้ามีขายหมด]]

อุปกรณ์ที่ไม่จำเป็น
- ยาขัดรองเท้า
- รองเท้าผ้าใบ
- หนังสือเรียนรด.

อ. ๒๖ ม.ค. ๕๙ (วันที่ ๑)
ตอนนี้ผมอยู่ที่สวนเจ้าเชตุครับ  หนาวมากครับ  ทุก ๆ คนมารวมตัวกันแล้ว  สัมภาระหนักมากกกกกก  หลังจากเรียกรวมพลแล้ว  เขาจะให้นั่งเป็นขบวนรถ  ซึ่งแถวหน้ากระดานเดียวกันคือรถคันเดียวกัน  หลังจากเช็คโรงเรียนเสร็จแล้ว  เขาก็ปล่อยไปเข้าห้องน้ำ ๑ นาที  ซึ่งห้องน้ำโอเคมากกกก  เข้าได้เลย  เพียงแต่กดไม่ได้๕๕๕  แล้วเค้าจะให้ขึ้นรถ  ของผมเป็นรถแอร์ครับ  หนาวดี  แต่เหม็นบุหรี่ทหารมาก(-。-;

ก่อนเข้าไปในเขาชนไก่  เขาจะให้เราไปฟังบรรยายและพักผ่อนที่วัดป่าเลไลยก์ก่อนครับ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนาน  โดยจะมีน้ำดื่มและข้าวเหนียวไก่แดงขายเต็มไปหมด  แต่ผมซื้อแค่น้ำ  เรื่องที่เขาบรรยายจะเกี่ยวกับจังหวดกาญจนบุรี, ประวัติของวัด และประวัติของเขาชนไก่

พอถึงเขาชนไก่ปุ๊บ  เขาจะให้รวมพลเช็นชื่อ  หลังจากนั้นก็จะนำของบางอย่างมาขาย เช่น ผ้าพันคอ, ถุงพลาสติกสำหรับใส่ถาดอาหาร, สมุด, ปากกา ฯลฯ  ไม่จำเป็นต้องซื้อก็ได้  ไม่ต้องกลัวครูฝึกว่า  เค้าไม่บังคับ  แล้วแต่ความศรัทธา  ซึ่งสามารถใส่ผ้าพันคอแทนผ้าปิดปาก (แมสก์) ได้  ถึงแม้บางคนจะไม่ให้ใส่ผ้าปิดปาก  แต่ว่าจริง ๆ แล้วแอบใส่ได้ (อิ_อิ)

พูดถึงเรื่องห้องน้ำ : มันสกปรกมากจริง ๆ 囧rz  เห็นแล้วอึไม่ออกกันเลยทีเดียว  (ไม่ต้องกินยาอุดหรอก  แค่เห็นก็ไม่อยากเข้าละ)  ฉะนั้นก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้ละกันเนาะ

หลังจากกินข้าวเที่ยงหน้าตาแบบนี้...

หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จแล้ว  เขาจะพาไปฐานทดสอบกำลังใจ  ตอนนี้รอฝึกฐานทดสอบกำลังใจอยู่ครับ รอมานานมากละ๕๕  แต่ไม่เป็นไร  ทุกคนมีโทรศัพท์  กดๆๆๆๆจนมัน  อากาศก็ดี๊ดี  โชคดีจริง ๆ ที่ผมมาช่วงนี้  (ผมเพิ่งมารู้ทีหลังว่าสาเหตุที่ต้องนั่งรอเฉย ๆ นานเกือบ ๓ ชั่วโมงก็เพราะว่ามีทหารระดับสูงมาตรวจหรือมาเยี่ยมอะไรสักอย่างนี่แหละ  แล้วเค้าก็เลยให้นั่งรอ  เพื่อที่ว่าพอเค้ามาตรวจจะได้ผักชีได้  แต่ปรากฏว่าเค้าไม่มาฮับ  ก็เลยเงิบเลยทีนี้  สุดท้ายก็ได้เล่นแค่สองสามฐานเป็นอันหมดวัน  หลังจากนั้นกลับไปที่ค่ายเหมือนเดิม  กินข้าวเย็นแล้วก็นั่งฟังเค้าบ่นๆๆๆๆๆๆๆ  เป็นอันจบวัน

เล่าเรื่องเต็นท์นิสนุง  คือเค้าจะให้เลือกคนที่จะนอนด้วยเอง (บางคนนอนคนเดียวก็มีนะ จิบอกให้)  ซึ่งขนาดของเต็นท์ก็โอเครแหละ  นอนพอได้  แต่พื้นแข็งมาก  ง่อวววว

พ. ๒๗ ม.ค. ๕๙
วันนี้เป็นกิจกรรมเดินทางไกลครับ  หลังจากทานข้าวเช้าแล้วก็รอรับปืน  หลังจากรับปืนเสร็จปุ๊บ  ครูฝึกจะพาเราเดินไกล๊ไกลไปตามถนนเข้าไปลึกในเขา  ตอนเดินมันก็โอเคอยู่  แต่พอเค้าให้วิ่งก็ไม่ค่อยโอเท่าไหร่  ทำไมต้องฝืนตัวเองขนาดนี้!  ทั้งปืนทั้งเป้  หนักมากกกครับ  พอถึงสถานที่ฝึกซึ่งเป็นลานโล่ง ๆ ที่เต็มไปด้วยฝุ่นทราย  เวลาเดินรู้สึกเหมือนอยู่ในสมรภูมิมอดไหม้ (The Scorch Trial)  หลังจากนั้นครูฝึกจะให้พวกเราพอกหน้าดำ!!!  แล้วก็พาไปเข้าฐานต่าง ๆ ซึ่งเกี่ยวกับการฝึกบุคคลทำการรบบลาๆๆ  ซึ่งบริเวณนั้นจะมีทั้งน้ำฟรีและขนมขายตลอด  โดยคนที่ขายน้ำก็คือทหารและภรรเมียทหารนั่นแหละ  ขายน้ำอย่างเดียวไม่พอ  ด่าเด็กด้วย  #ไม่ไหวจะเคลียร์  ฝึกวันนี้ก็ไม่มีไรมากอะครับ  นั่งฟังธรรมดา ๆ  แล้วก็ฝึกเปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อย ๆ  พอตกเย็นครูฝึกเค้าจะพาพวกเราไปฝึกตอนกลางคืน  ซึ่งก็ไม่มีไรมากเหมือนกัน  เสร็จแล้วเค้าก็ให้เดินขึ้นเขากลับที่พัก  ซึ่งกว่าจะกลับถึงก็ดึกพอสมควร  สภาพตอนนั้นคือปวดเมื่อยและสกปรกซกมกที่สุด  ต้องรีบอาบน้ำโดยด่วนนนนนน

พฤ. ๒๘ ม.ค. ๕๙
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเข้าค่ายแล้วคร้าบ เย่~  เช้าลืมตาขึ้นมาก็เรียกรวมพลเหมือนเดิม  แล้วก็กินข้าวเช้า  ทำภารกิจส่วนตัว  หลังจากนั้นก็เก็บของเก็บเต็นท์  เดินทางไปฝึกปฐมพยาบาล  ซึ่งระยะทางการเดินก็ไกลพอสมควร  แต่ไม่ไกลเท่าเดินทางไกลเมื่อวานหรอกนะ  ฝึกปฐมพยาบาลก็ไม่มีไรมาก  นั่ง ๆ ฟังครูเขาสอนอย่างใจจดใจจ่อเพราะจะได้กลับบ้านแล้วววววว  หลักจากฝึกเสร็จก็ไปฟังนโยบายเบาสมองของคสช. (เบาสมองจริง ๆ)  เสร็จแล้วก็กินข้าวเที่ยง  แล้วก็เตรียมตัวกลับบ้าน  ซึ่งเขาจะถามว่าใครอยากลงรถที่ไหนบ้าง  เค้าจะจอดรถให้ที่มหิดลศาลายากับบิ๊กซีไรเนี่ยแหละ  ก็แยกแถวออกไปขึ้นรถคนละคันกับพวกที่ไปลงสวนเจ้าเชตุ  หลังจากนั้นก็ยืนเข้าแถวรวมพลกลางแดดอันร้อนระอุ  แต่ในใจนี่ตื่นเต้นมาก  เพราะจะได้กลับบ้านแล้ว  พอเค้ากล่าวพิธีปิดเสร็จก็ปล่อยแถวขึ้นรถกลับบ้าน  เป็นอันจบการเข้าค่ายเขาชนไก่ชั้นปีที่ ๒  เจอกันปีหน้า  บรัยส์!

คะแนนความประทับใจ
การบริการ 5/10
ความสะอาดของสถานที่ 1/10
ความสะอาดของห้องน้ำ 1/10
รสชาติอาหาร 5/10
รถรับส่งไปกลับ 8/10
เฉลี่ย 4/10 อยู่ในเกณฑ์พอใช้

ไปที่ Instagram คลิก! / Facebook Fan Page คลิก!

วันศุกร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2559

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๙


บล็อกของโชกุนน้อยขอกราบสวัสดีปีใหม่ผู้อ่านทุกท่านนะครับ

ขอให้ปีนี้เป็นปีที่มีแต่ความสุข ความเจริญ

สุขภาพแข็งแรงตลอดปีครับ

...

     เมื่อวันสิ้นปีที่ผ่านมาผมได้ไปสวดมนต์ข้ามปีที่วัดปทุมวนาราม (ข้างสยามพารากอน) มาครับ  กิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีเป็นกิจกรรมที่ผมยังไม่เคยทำมาก่อน  เมื่อคุณแม่ชวนเลยตัดสินใจไปทันที  ผมไปถึงวัดตั้งแต่ประมาณ ๕ โมงครึ่งครับ  รับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยก็นั่งจองที่บริเวณอุโบสถ  จากนั้นก็สวดมนต์ไปเรื่อย ๆ  จนใกล้เที่ยงคืนพระท่านก็ให้เราอธิษฐาน  จากนั้นก็ผ่านเข้าสู่ปี ๒๕๕๙ เรียบร้อยครับ
     ผมรู้สึกว่ากิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีเป็นกิจกรรมที่ทำให้ผมมีความสุขมาก ๆ เลยครับ  เพราะนอกจากได้ทำบุญเสริมสิริมงคลรับปีใหม่แล้วยังเป็นการฝึกเจริญสติ  ทำให้เรามีสติในการใช้ชีวิตอีกด้วยครับ  ชีวิตของคนเรานั้นสั้นนัก  เราจึงควรดำรงชีวิตด้วยสตินะครับ  เวลาเกิดเรื่องทุกข์ใจหรือปัญหาอะไรจะได้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง  ไม่หลงเครียดไปกับมันนั่นเองครับ


วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2558

"นะค่ะ" ไม่มีในโลก! มีแต่ "นะคะ"

เดี๋ยวนี้เราเห็นคนพิมพ์ "คะ" กับ "ค่ะ" ผิดบ่อยมาก  เราเลยจะมาสอนการใช้คะค่ะในบทความนี้  เริ่มกันเลยคร้าบ~

คนใช้ผิดหลัก ๆ จะมีอยู่สามประเภท
๑.พวกคะตลอด  เป็นคนกลุ่มหนึ่งที่ใช้ "คะ" ตลอดเวลา  ไม่ว่าจะเป็น  สวัสดีคะ, จริงคะ, ไปคะ
๒.พวกค่ะตลอด  เป็นคนกลุ่มหนึ่งที่ใช้ "ค่ะ" ตลอดเวลา  ไม่ว่าจะเป็น  ทำไมค่ะ, กลับก่อนนะค่ะ, จริงหรอค่ะ
๓.พวกสลับหมดเลย  ใช้คะค่ะสลับกันหมดเลย เช่น สวัสดีคะ ไปไหนมาค่ะ สบายดีไหมค่ะ สบายดีคะ

หลักการใช้ (ลองอ่านออกเสียงดูนะครับ)
• การใช้ "คะ" (ลองพูดคำว่า โยคะ)
เช่น ไปไหนมาคะ, ทำไมคะ, จริงหรอคะ
• การใช้ "ค่ะ"
เช่น จริงค่ะ, สวัสดีค่ะ, สบายดีค่ะ

ง่าย ๆ เท่านี้เองครับ(^-^)
หวังว่าเพื่อน ๆ ทุกคนจะใช้ถูกนะครับ

วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ลูกประคำดิจิทัล - พุทธนวัตกรรมใหม่

สวัสดีเดือนธันวาคมคร้าบ  วันนี้โชกุนน้อยมีเรื่องดี ๆ มาเล่าสู่กันฟัง

ขอเกริ่นนำสักเล็กน้อยว่าเรามีเพื่อนคนหนึ่งชื่อว่าน้ำมนต์  สัปดาห์ที่ผ่านมา เราเห็นน้ำมนต์กดอะไรบางอย่าง  เราจึงถามว่านั่นคืออะไร  น้ำมนต์ก็อธิบายให้เราฟัง...  เราบอกว่าอยากได้บ้าง  ไม่กี่วันต่อมาน้ำมนต์ก็เอามาให้ (ขอขอบพระคุณน้ำมนต์และคุณแม่ ณ ที่นี้อีกครั้ง)

สิ่งนั้นก็คือ... ลูกประคำดิจิทัล

ลูกประคำดิจิทัลเป็นพุทธนวัตกรรมใหม่ซึ่งมีประโยชน์และใช้ง่ายมาก ๆ เลย  มีวิธีการใช้คล้ายกับลูกประคำนั่นแหละ  คือเวลาเราภาวนาในใจ  ไม่ว่าจะเป็น "พุทโธ" "สัมมาอะระหัง" หรืออะไรก็แล้วแต่  ก็สามารถกดที่ปุ่มใหญ่ ๆ เพื่อนับได้  เราก็จะรู้ว่าวันหนึ่ง ๆ เราภาวนาหรือตามลมหายใจไปกี่ครั้ง

ตอนนี้เราเองก็พยายามภาวนาตามลมหายใจตลอดวัน  อาจจะหลุดบ้างอะไรบ้าง  แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำเนอะ  พอเราจดจ่ออยู่กับลมหายใจหรือคำภาวนา  เราก็จะไม่ไปคิดอะไรที่ไม่ดี  ความโกรธเกลียดอิจฉาริษยาก็จะเบาบางลง  จิตใจสงบขึ้นจริง ๆ นะ

ท้ายที่สุดนี้ก็ขอให้เพื่อน ๆ หรือพี่ ๆ ทุกคนที่อ่านบล็อกนี้อยู่ดำรงชีวิตด้วยสติ  ตามรอยคำสอนของพระพุทธเจ้า  มีเรื่องทุกข์ใจหรือเครียดอะไรก็อย่าไปจมอยู่กันมันมาก  ปล่อยวางได้ก็ปล่อย  และก็ขอบคุณที่อ่านบล็อกเราด้วย๕๕๕

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เคยคิดบ้างไหม...ทำไมไม่มีความสุข

เคยคิดบ้างไหม...ทำไมไม่มีความสุข

ชีวิตคนเราไม่ใช่แค่ ๑ วัน ๑ เดือน หรือ ๑ ปี  เราจึงมีทั้งความสุข ความทุกข์ หลากหลายปะปนกันไป  ไม่มีใครมีความสุขทั้งชีวิตหรือมีความทุกข์ทั้งชีวิต  หลายคนสงสัยว่าทำไมเราถึงมีแต่ความทุกข์นะ?  โดยลืมนึกถึงความสุขที่ตัวเองเคยได้รับในอดีต

คุณเคยดูละครไหมครับ  เวลานางเอกถูกด่าถูกว่า  คุณอาจจะรู้สึกสงสารหรือเศร้าไปพร้อม ๆ กับนางเอก  แต่คุณก็ไม่เคยเอากลับไปคิดให้เครียดจนปวดหัว  ผิดกับเรื่องของคุณเอง  ที่เอากลับไปคิดทั้งคืน  ทำไมเขาถึงว่าเรานะ?  ทำไมถึงทำกับเราแบบนี้?

เพราะอะไรถึงต่างกัน...
เพราะนางเอกในละครไม่ใช่คุณ
คุณจึงไม่ทุกข์
เพราะคุณเป็นคุณ
คุณจึงทุกข์ไงล่ะ

สาเหตุที่หลายต่อหลายคนไม่มีความสุขก็เพราะว่าพวกเขายึดติดกับตัวเขามากเกินไป  ยึดติดว่าฉันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้  เมื่อยึดติดว่าตนเป็นของตนก็ย่อมมีความทุกข์เป็นธรรมดา  หากไม่ยึดติดแล้ว  เวลาใครว่าหรือด่าเรา  มันก็เหมือนลมพัดผ่านไป  ไม่มีอะไรเกิดขึ้น  เพียงเท่านี้เพื่อน ๆ ก็จะพบความสงบในใจ  และความสงบนี่แหละที่มีความสุขมากกว่าความสุขอื่นใด  เหมือนดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า
บทความโดย โชกุนน้อย

วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ชีวิตทั้งหมดให้อยู่ด้วยอานาปานัสสติ

(โดยท่านพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก)
เจ้าของลิขสิทธิ์ : มูลนิธิมายา โคตมี

ตราบที่ยังมีลมหายใจอยู่  จงอยู่ด้วยอานาปานัสสติอย่างพระพุทธเจ้า
จะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอน จะกิน ดื่ม ขับถ่าย ทำครัว ทำความสะอาดบ้าน ขับรถ ทำงานทุกชนิด ให้อยู่กับอานาปานัสสติ  เดินเล่น พักผ่อน ก็ทำอานาปานัสสติได้ พูดได้ว่า ชีวิตนี้ทั้งหมดให้อยู่ด้วยอานาปานัสสติ

เจริญอานาปานัสสติ เพื่อเป็นการรักษาใจให้เป็นปกติ ให้ใจเป็นศีล
โดยเพียงแต่กำหนดรู้ลมหายใจเข้าลมหายใจออกติดต่อกันอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ไม่ลืม ไม่เผลอ แม้แต่ขณะที่เห็นรูป ได้ยินเสียง ได้ดมกลิ่น ได้รู้รส ได้สัมผัส

การกำหนดรู้ต้องอาศัยจิตใจที่สงบ จึงจะสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง
ก่อนที่จะฝึกอานาปานัสสติ  ต้องพยายามปล่อยวางความคิดต่าง ๆ  พยายามทำใจให้นิ่ง  ให้สงบเสียก่อน  แม้จะเป็นความสงบเพียงชั่วคราวก็ตาม

อานาปานัสสติ  ทำได้ในอิริยาบถทั้ง ๔ คือ ยืน เดิน นั่ง นอน
ให้มีสติระลึกรู้ทุกครั้งที่ลมหายใจเข้าลมหายใจออกติดต่อกัน  โดยเฉพาะช่วงที่ปรารภความเพียรทำได้ ๒๔ ชั่วโมง  ในวันหนึ่งทีเดียว หรือเว้นเฉพาะขณะหลับเท่านั้น

อานาปานัสสติ สามารถเจริญเป็น สมถกรรมฐานให้สมบูรณ์ได้
อานาปานัสสติ สามารถเจริญเป็น วิปัสสนากรรมฐาน ให้สติปัฏฐาน ๔ สมบูรณ์ได้

ในอิริยาบถบางอย่างไม่สะดวกที่จะเจริญอานาปานัสสติ หรือกำหนดรู้ลมหายใจ เช่น ขณะที่กำลังขับรถบนถนน บนทางด่วน เราไม่ต้องกังวล คือไม่ต้องระลึกถึงลมหายใจ แต่ให้อยู่ในหลักอานาปานัสสติให้ครบถ้วน คือ

ทำหน้าที่ในปัจจุบันให้ดีที่สุด
 ปัจจุบัน  เป็นสำคัญ
 อดีต  ไม่สำคัญ ไม่ต้องคิดถึง
 อนาคต  ไม่สำคัญ ไม่ต้องคิดถึง
เรื่องคนอื่น ไม่สำคัญเท่าไร โดยเฉพาะความชั่วของคนอื่นอย่าแบก ตัวเราเองทำดี ทำถูก นั่นแหละ สำคัญที่สุด

เผยแพร่เพื่อเป็นธรรมทาน โดยโชกุนน้อย
ขออนุโมทนากับผู้อ่านทุก ๆ ท่านด้วยครับ

วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2558

【รีวิว】ภาษาไทยไนน์ตี้ส์



"ภาษาไทยไนน์ตี้ส์" โดย นิตยา กาญจนะวรรณ  เป็นหนังสือรวมข้อเขียนจากคอลัมน์ภาษาสมัยในนิตยสารสตรีสาร  ต่อจากที่ได้รวบรวมไว้ในภาษาไทยไอที (มกราคม ๒๕๓๗) จนถึงสตรีสารฉบับสุดท้าย (มีนาคม ๒๕๓๙)

หนังสือเล่มนี้นำเสนอประเด็นเกี่ยวกับภาษาไทยที่น่าสนใจมากมาย  พร้อมข้อคิดในการใช้ภาษาอย่างถูกวิธีและถูกกาลเทศะ อาทิ การที่วงการโฆษณานิยมใช้ภาษาอังกฤษปนภาษาไทยในการโฆษณานั้น  ผู้เขียนได้ให้ความเห็นว่า "อย่าได้วิตกกับการใช้ภาษาอังกฤษปนภาษาไทยอย่างสร้างสรรค์เช่นนี้เลย  หันไปเอาใจใส่คนที่ใช้ภาษาไทยผิด ๆ อย่าง เฉลิมพระเกียรติสุนทรภู่ กันดีกว่า"

อีกตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจในหนังสือเล่มนี้คือการอธิบายเรื่อง "ทำไมสระจึงลดรูป"  สาเหตุที่สระอะเปลี่ยนเป็นไม้หันอากาศนั้น  ผู้รู้บางท่านได้ให้คำอธิบายไว้ว่า  ไม้หันอากาศก็คือวิสรรชนีย์นั่นเอง  เมื่อมีตัวสะกดจะเขียนไว้ข้างหลังพยัญชนะก็อ่านออกเสียงไม่ตรงกับที่ต้องการ  จึงเอาวิสรรชนีย์ไปเขียนไว้ข้างบนเพื่อให้เห็นว่าเป็นสระอะที่มีตัวสะกด  แต่ลดออกเสียอันหนึ่งคงเหลือไว้แต่อันเดียว  เพื่อสะดวกแก่การเขียนรูปวรรณยุกต์ไว้ข้างบน เช่น กัน กั่น กั้น กั๊น กั๋น  ถ้าเขียนวิสรรนีย์ไว้ทั้งสองอันจะเกะกะรุงรังมาก...

เรารู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่สนุกและให้ความรู้เกี่ยวกับวิชาภาษาไทยมากมาย  ถึงแม้จะเป็นหนังสือที่ค่อนข้างเก่า (ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒)  แต่ความรู้ในหนังสือเล่มนี้ไม่เก่าเลย  เราอยากให้เพื่อน ๆ ที่รักภาษาไทยลองอ่านหนังสือเล่มนี้ดู  แล้วเพื่อน ๆ จะรู้สึกว่า "ภาษาไทยไม่น่าเบื่อ"